ยนสวยของเธอเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่น่ากลัว เมื่อเธอพบกับสายตาที่มองทะลุทุกสิ่งอย่างปรุโปร่งของเฝ่ยไป๋ลู่ ริมฝีปากสีแดงก็ค่อย ๆ ยกขึ้นปรากฏเป็นรอยยิ้ม
เหมียวจื่ออั๋งสยดสยองกับรอยยิ้มนี้ จนต้องก้าวถอยหลัง
[นี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?]
[ไป๋หลิ่วเป็นภรรยาของเถ้าแก่ผู่ไม่ใช่เหรอ?]
[หรือว่าเรื่องของสือหลิวจะกระตุ้นให้ไป๋หลิ่วรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เลยฆ่าสามีเพื่อพิสูจน์ศีลธรรมเหรอ?]
[ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน]
เฝ่ยไป๋ลู่มองไปที่ศพของสือหลิว คิ้วที่เลิกขึ้นดูจะตรงกับดวงตาของไป๋หลิ่ว
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมา ทันใดนั้นเฝ่ยไป๋ลู่ก็ตระหนักได้ ก่อนมองไปทางไป๋หลิ่ว “คิ้วของคุณกับสือหลิวคล้ายกันมาก คุณเป็นพี่สาวของสือหลิวงั้นเหรอ?”
“ลูกพี่ลูกน้อง” เรื่องมาถึงตอนนี้ ไป๋หลิ่วจึงไม่มีอะไรต้องปิดบังเช่นกัน
จุดประสงค์ของปู่ฉิงไม่ใช่การฆ่าเถ้าแก่ผู่ต่อต่อหน้าสาธารณชน เขาเพียงดึงดูดความสนใจของทุกคน หาเวลาและโอกาสให้ไป๋หลิ่วสังหารอีกฝ่าย
“?” ทุกคนตกตะลึง คิดไม่ถึงเลยว่าไป๋หลิ่วจะซ่อนตัวได้แนบเนียนขนาดนี้
เถ้าแก่ผู่ปวดหัวจนมีเสียงหึ่งดังขึ้น ภาพตรงหน้ามืดมน เส้นเลือดปูดบนหน้าผาก สายตาทั้งโกรธและขุ่นเคือง พร้อมเค้นเสียงออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก “นัง…สารเลว!”
“ฉันพยายามอย่างหนักเพื่อพาแกมาที่นี่ เพื่อวันนี้ ฉันถึงกับต้องใช้เวลาหกปี”
“รู้สึกหายใจไม่ออกใช่ไหมล่ะ?” ไป๋หลิ่วยิ้มอย่างอ่อนโยน ในเวลาเดียวกันก็ออกแรงบีบเส้นเลือ