่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทำอะไรลู่เฉินได้ ทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะหลังจากนั้น ไม่มีใครกล้าโจมตีลู่เฉินอีก พวกเขาทำได้เพียงมองหน้ากันไปมา
เยี่ยหั่วเงยหน้าขึ้นมาและด่าว่า “มองอะไรกัน?”
สีหน้าของทุกคนพลันเปลี่ยนไป และบางคนก็พูดว่า “แม่นางเยี่ย ข้าว่าเขาคนนี้คงไม่กลัวการโจมตีของพวกเรา”
“เป็นไปไม่ได้! เขาอยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น!” เยี่ยหั่วโกรธจัด
“ข้าว่าพวกเราควรใช้เคล็ดวิชาวิญญาณ หรือไม่ก็เคล็ดวิชาภูต” มีคนเสนอขึ้น
คำพูดนี้ทำให้เยี่ยหั่วเกิดความคิด “ยืนนิ่งอยู่ทำไม? รีบใช้เคล็ดวิชาภูตและเคล็ดวิชาวิญญาณ ของพวกเจ้าทั้งหมดเลย!”
ทุกคนพยักหน้า แล้วใช้ทั้งเคล็ดวิชาวิญญาณและเคล็ดวิชาภูต
พวกเขาคิดว่าการทำแบบนี้คงทำให้สามารถ จัดการกับลู่เฉินได้ง่าย ๆ แต่ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะไม่เป็นอะไรเลย ทั้งยังยืนหัวเราะพลางพูดว่า “คนเป็นร้อย ทว่าทำได้แค่นี้เองงั้นหรือ?”
พวกเขาไม่เคยถูกดูถูกแบบนี้มาก่อน จึงโกรธจนแทบระเบิด
เยี่ยหั่วจ้องตาลู่เฉินแล้วพูดว่า “ไอ้หนู ถึงจะอ่อนแอแค่ไหน ก็ยังแข็งแกร่งกว่าเจ้าอยู่ดี!”
ลู่เฉินยิ้มอย่างน่าขนลุก “โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“เหลวไหล!” เยี่ยหั่วแค่นเสียงพูด
มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้ารีบไปจากที่นี่ซะ ไม่เช่นนั้นเมื่อข้าลงมือ พวกเจ้าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานแล้ว!”
“จริงหรือ?” เยี่ยหั่วพูดอย่างโมโห
คนอื่น ๆ เองก็รู้สึกว่าลู่เฉินหยิ่งผยองเกินไป
ล