“เจ้าแค่พาข้าไปยังสถานที่ประกาศภารกิจก็พอ ส่วนเรื่องอื่น ๆ เจ้าไม่ต้องกังวลไป”
“ท่านจะไปที่นั่นจริง ๆ หรือ?” อินซานลังเลเล็กน้อย
“ไม่ไปแล้วจะทำอย่างไร?” ลู่เฉินยิ้มมองอินซาน
อินซานรู้ว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำเพียงสูดหายใจเข้าลึก แล้วนำทางอยู่ข้างหน้า ส่วนถังอิงและเป็ดมารเดินตามลู่เฉินอยู่ข้าง ๆ โดยเฉพาะถังอิงที่พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ครั้งที่แล้วข้าเพิ่งมาถึงเชิงเขาก็ถูกไล่กลับไปแล้ว แต่ในที่สุดคราวนี้ก็ขึ้นมาถึงที่นี่ได้”
ลู่เฉินเห็นนางรำพึงรำพันเช่นนั้นจึงพูดว่า “เจ้าก็กล้าพอดู ถึงกับกล้าวิ่งมาที่นี่”
“แน่นอน ถ้าข้าไม่กล้าแล้วใครจะกล้า?”
“แล้วทำไมถึงหยุดอยู่แค่เชิงเขาล่ะ?” ลู่เฉินถามด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ
ถังอิงไม่พอใจทันที “เจ้ากำลังเย้ยหยันข้าอยู่หรือ”
“เย้ยหยันแล้วเป็นอย่างไร?”
ถังอิงรู้สึกหม่นหมอง “แม้ว่าข้าจะนับเจ้าเป็นบุรุษของข้า แต่เจ้าก็ไม่ควรพูดกับข้าเช่นนี้!”
ลู่เฉินแย้มยิ้มอย่างประหลาด “พูดถึงเจ้าแล้วเป็นอย่างไร?”
“เจ้า!” ถังอิงโกรธจนแทบระเบิด
แต่ถังอิงคิดว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง “นี่ เจ้าตั้งใจยั่วโมโหข้าใช่หรือไม่?”
“เห็นเป็นอย่างนั้นหรือ?”
“ตลอดทางที่ผ่านมาเจ้าแทบไม่สนใจข้า แต่หลังจากมาถึงที่นี่กลับพูดกับข้ามากมาย นี่ไม่ใช่เพื่อยั่วโมโหข้า แล้วเป็นเพื่ออะไรกัน?” ถังอิงรู้สึกว่าต้องมีสาเหตุบางอย่างแน่
ลู่เฉินยิ้มแต่ไม่ตอบ
“เจ้ายิ้มอะไรกัน?” ถังอิงรู้สึกหงุดหงิด
ใครจะรู้ว่าอิ