แขนข้างนั้นลีบลงทันที และกลายเป็นเพียงท่อนไม้สีม่วง เขาหวาดกลัวจนทำลายแขนข้างนั้นของตนไป
จากนั้นพ่างจื่อก็ถอยหลังออกไปสองสามก้าว เม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาบริเวณหน้าผาก สายตาจ้องมองไปยังอีกฝ่าย “เจ้าสารเลว! กล้าหลอกข้างั้นหรือ?”
ราชันต้นหัวเราะพูดด้วยความร้อนใจ “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“เขาไม่ได้รับพิษของข้า!” พ่างจื่อโมโหจนกัดฟัน
ทันใดนั้นราชันต้นหัวเราะก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป “ว่าอย่างไรนะ?”
ไม่เพียงราชันต้นหัวเราะเท่านั้น ทว่าชายชราก็ตกตะลึงขึ้นมาเช่นกัน เขาคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะเก่งกาจถึงเพียงนี้
ชายหนุ่มมองแขนท่อนไม้นั้นพลางยิ้มออกมา “นี่คือท่อนไม้จริง ๆ ของเจ้างั้นหรือ?”
พ่างจื่อมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เจ้าหนุ่ม เจ้าอย่ามั่นใจให้มากนัก!”
เมื่อพูดจบก็ปล่อยไอสีม่วงออกมามากขึ้น และทำให้บรรยากาศรอบ ๆ กลายเป็นหมอกสีม่วงในทันที
ชายชราราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน และไม่สามารถขยับกายได้
พ่างจื่อที่อยู่ในมุมมืดพูดขึ้นมาอย่างพึงพอใจ “เจ้าหนุ่ม ครั้งนี้ข้าใช้หมอกพิษไปร้อยเท่า!”
“อย่าว่าแต่ร้อยเท่า แม้จะพันเท่าก็ไม่ต่างกันนัก” เพียงประโยคเดียวของลู่เฉินก็ทำให้พ่างจื่อประหลาดใจ
หลังจากเขาพูดจบก็ตบไหล่ของชายชราผู้นั้น จากนั้นชายชราจึงได้สติกลับมา แต่เขาก็ยังคงน้ำลายไหลราวกับกำลังเพ้อฝันอยู่
“เอ่อ… เกิดอะไรขึ้น?” เมื่อชายชราเห็นไอสีม่วงรอบ ๆ จึงรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
“เจ้าดูตัวเองสิ น้ำลายไหลแล้ว” ลู่เฉินอดส่า