ยศีรษะไม่ได้
ชายชรารีบเช็ดริมฝีปากของตนด้วยความเก้อเขิน “คือว่า …ข้าฝันไป”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ชายชราจึงได้รู้ว่าตนได้รับพิษเข้าไปเสียแล้ว แต่ยังดีที่ยังได้สติกลับมา จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอะไร?”
“ถ้าข้าเป็นอะไรไป ผู้ใดจะช่วยเจ้ากัน?” ชายหนุ่มยิ้มและเดินนำชายชราไปข้างหน้า
ราชันต้นหัวเราะที่อยู่ในมุมมืดมองพ่างจื่อที่แขนหักอยู่ “ดูนั่น เขาไม่กลัวสักนิด”
พ่างจื่อรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ทำได้เพียงพูดกับราชันต้นหัวเราะ “เจ้าขึ้นไปบนภูเขาและขอพบท่านประมุข ข้าจะไปขัดขวางเขาเอง”
“อืม” ราชันต้นหัวเราะหวาดกลัวจนรีบหนีไปทันที
จากนั้นพ่างจื่อจึงรีบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่บางแห่งภายในหมอกทันที และคิดว่าอย่างไรก็ไม่มีใครหาพบ
แต่ไม่นานลู่เฉินก็มาอยู่ตรงหน้าเขา อีกฝ่ายแสยะยิ้มพลางเอ่ยว่า “ซ่อนตัวเก่งนัก!”
เมื่อพ่างจื่อเห็นชายหนุ่มปรากฏตัวออกมาจึงพูดด้วยความหวาดกลัว “เจ้าอย่าได้คิดจะทำร้ายข้า!”
เมื่อพูดจบก็คิดที่จะหนีออกไป แต่เงาสายฟ้ารออยู่ด้านหลังก่อนแล้ว เพียงหมุนตัวมาก็ได้เจอกับพายุฟ้าคะนอง จากนั้นพ่างจื่อก็เวียนศีรษะขึ้นมาทันที
ชายชราที่อยู่อีกด้านตัวสั่นขึ้นมาเล็กน้อย “โหดร้ายยิ่งนัก”
ลู่เฉินยิ้มและโยนมันไปยังภูเขาซากศพ จากนั้นก็ให้ชายชรารออยู่ที่นี่ ส่วนตนเข้าไปยังภูเขาซากศพ
พ่างจื่อค่อย ๆ ได้สติขึ้นมาจากการหมดสติไป โดยเฉพาะเมื่อเห็นลู่เฉิน เขาพลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาท