เขาไหว้วานให้ข้าทำบางอย่างให้ เหตุใดจึงอยากฆ่าข้ากัน?” ชายภายในโลงศพหินพูดเพียงสั้น ๆ ทำให้ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ หากอีกฝ่ายต้องการฆ่าตน นั่นเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องเกี่ยวข้องกับพวกเขา
แต่ลู่เฉินไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ จึงพูดขึ้นว่า “อย่างไรก็ช่าง ข้าได้รับภารกิจมาจากแดนชุมนุมภูตผี”
“เจ้าโกหก!”
“ข้าเปล่า!”
อีกฝ่ายดูเย็นชาขึ้นมา “อีกไม่นานเจ้าก็จะเชื่อ!”
ไม่นานนัก ไอภูตผีเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเขตแดนกักขังกุ่ยเจี๋ยไว้ภายใน
ลู่เฉินสามารถทำให้กุ่ยเจี๋ยหายตัวไปเมื่อใดก็ได้ แต่ชายหนุ่มไม่ได้หายตัวไปทันที เขากลับคิดที่จะล่องูออกจากถ้ำ จึงแสร้งพูดด้วยความตกใจว่า “นี่คือสิ่งประหลาดใดกัน!”
“สิ่งนี้เรียกว่าเขตแดนวิญญาณ ใช้เพื่อกักขังวิญญาณโดยเฉพาะ” อีกฝ่ายพูดด้วยความพอใจ
ชายหนุ่มจึงพูดด้วยเสียง ‘หดหู่’ ว่า “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“จงบอกมาว่าผู้ใดส่งเจ้ามากันแน่ มิเช่นนั้นข้าจะทำให้วิญญาณของเจ้าหายไป!” ชายผู้นั้นข่มขู่
“ข้าไม่เชื่อ!” ลู่เฉินเอ่ยด้วยเสียง ‘ดื้อรั้น’
“ได้! ข้าจะทำให้เจ้ารู้ถึงความแข็งแกร่งของข้า” ชายคนนั้นควบคุมเขตแดนวิญญาณ ทำให้เขตแดนนี้เริ่มมีขนาดเล็กลงราวกับเป็นปราการวิญญาณ และกักขังกุ่ยเจี๋ยไว้ภายใน
ลู่เฉินให้กุ่ยเจี๋ยแสร้งทำเป็นเจ็บปวดขึ้นมา
กุ่ยเจี๋ยทำตามที่ลู่เฉินบอก เมื่อส่งเสียงร้องขึ้นมา เขาก็หายตัวไป ล่องหนและรักษาระยะห่างจากโลงศพหินนี้ไว้
เมื่อชายที่อยู่ภายในโลงศพหินไม่สามารถ