นนอกแล้ว
ผู้เฒ่าสายฟ้าไม่รู้ว่าลู่เฉินผนึกอยู่บนร่างของกุ่ยเจี๋ย ดังนั้นเมื่อเขาเห็นกุ่ยเจี๋ยก็พลันแปลกใจ “เจ้าบอกว่าจะทำให้มันเล็กลงมิใช่หรือ?”
“วางใจเถิด อีกไม่นานเกินรอ!” หลังจากชายหนุ่มฉีกยิ้ม ระฆังก็พลันเล็กลง
ในที่สุด ระฆังนี้ก็เล็กลงจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ผู้เฒ่าสายฟ้าตกตะลึง “เจ้าทำได้อย่างไรกัน?”
“เจ้าสามารถคิดได้ว่า สมบัติวิญญาณนี้รู้ว่าข้าเป็นเจ้าของ” ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้เฒ่าสายฟ้า
ผู้เฒ่าสายฟ้ารู้สึกตกใจ แม้แต่ฝันเขาก็ยังคิดไม่ถึงว่าวิญญาณภูตผีจะสามารถกำราบสมบัติวิญญาณที่ไม่สามารถปราบลงได้ ชายหนุ่มฉีกยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “ข้าขอลา!”
“ช้าก่อน” จู่ ๆ ผู้เฒ่าสายฟ้าก็ตะโกนเรียกลู่เฉิน
“ยังมีเรื่องใดหรือ?”
“สมบัติวิญญาณนี้ มีชายชราจำนวนไม่น้อยที่รู้จักมัน ดังนั้นหากไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย จงอย่านำมันออกมา มิเช่นนั้น ข้าอาจจะถูกลงโทษสถานหนักเอาได้” ผู้เฒ่าสายฟ้ารู้ดีว่าในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว ตนคงทำได้เพียงพูดแนะนำอีกฝ่ายไปเท่านั้น
“วางใจเถิด ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบาก”
“ต้องรบกวนแล้ว” ผู้เฒ่าสายฟ้าพูดด้วยความหดหู่ใจ
จากนั้นลู่เฉินก็หมุนตัว นำระฆังนี้ไป และเพียงไม่นานก็หายตัวไปจากทางเดินที่หก
ผู้เฒ่าสายฟ้าตะโกนไล่หลัง “ไม่รู้ว่าจะเป็นการอวยพรหรือสาปแช่งกัน!”
…
เพียงไม่นาน กุ่ยเจี๋ยก็กลับไปยังสวน
ในขณะนั้นเอง กานจิ่วเม่ยและพวกที่อยู่ภายในสวนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จากนั้น