่งเงาวิญญาณออกมามากมายเพื่อเพิ่มความเร็ว
ไป๋หลี่ซานตื่นตระหนก “เขาเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น เหตุใดจึงแบ่งเงาวิญญาณออกมาได้มากมายเพียงนี้?”
นอกจากนี้ ไป๋หลี่ซานยังพบเรื่องที่น่ากลัวอีกเรื่อง นั่นก็คือตนไม่รู้ว่าร่างวิญญาณใดคือร่างที่แท้จริงของอีกฝ่าย
ดังนั้นไป๋หลี่ซานจึงโจมตีเงาวิญญาณเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ
เงาวิญญาณเหล่านั้น ส่วนใหญ่ไม่มี ‘พลังในการต่อสู้’ ดังนั้นเมื่อถูกไป๋หลี่ซานโจมตีจึงค่อย ๆ หายไป
ไป๋หลี่ซานคับแค้นใจจนก่นด่าออกมา “สมควรตาย ร่างไหนคือร่างที่แท้จริงของเขากันแน่!”
ส่วนลู่เฉินนั้น เพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสับสน จึงยังคงใช้เงาวิญญาณมากมายก่อกวนต่อไป
เมื่อเป็นเช่นนี้ ชายหนุ่มจึงสามารถสร้างปราการวิญญาณภายในร่างกายของอีกฝ่ายได้อย่างเสร็จสมบูรณ์ ไม่เพียงแค่ชั้นเดียวเท่านั้น แต่ยังสร้างได้หลายชั้นอีกด้วย
นอกจากนี้ ลู่เฉินยังเพิ่มอักขระยันต์บางส่วนด้านบนปราการวิญญาณนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่สามารถหลบหนีไปได้
เมื่อทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงเก็บเงาวิญญาณเหล่านั้นกลับเข้ามา
ไป๋หลี่ซานรู้สึกโมโหเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อที่นี่เป็นพื้นที่จิตของตน แต่ตนกลับไม่สามารถทำลายอีกฝ่ายได้
ดังนั้นดวงตาทั้งสองของไป๋หลี่ซานจึงจับจ้องไปยังลู่เฉินพลางเอ่ยถามขึ้น “เจ้าเป็นใครกันแน่?!”
“ข้าเป็นเพียงคนที่ต้องการมาภูเขาเดียวดายเพื่อท้าประลองกับเจ้าเท่านั้น” ลู่เฉินไม่ได้บอกถึงตัวตนท