ี่แท้จริง แต่เพียงแค่หาเหตุผลมาบอกกล่าวเท่านั้น
ไป๋หลี่ซานรู้สึกว่าไม่สามารถเชื่อเหตุผลเช่นนี้ได้ จึงถามซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง “เจ้าจะบอกหรือไม่?!”
“อยากรู้หรือ?”
“หยุดพูดไร้สาระ!”
“รอให้ข้าทำให้เจ้ายอมแพ้เสียก่อน แล้วข้าจะพูด!” ชายหนุ่มฉีกยิ้ม
“ทำให้ข้ายอมแพ้? เจ้ากำลังเพ้อฝันอยู่หรือ?” ไป๋หลี่ซานเคยเห็นคนอวดดี แต่ไม่เคยพบคนอวดดีเช่นนี้มาก่อน
ชายหนุ่มเพียงยิ้มแต่ไม่พูดคำใด จนกระทั่งปราการวิญญาณรอบ ๆ ค่อย ๆ บีบอัดเข้ามา
เมื่อไป๋หลี่ซานรู้สึกว่าราวกับพลังวิญญาณถูกพันรัดอยู่นั้นจึงมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “เจ้าทำอันใดกับพื้นที่จิตของข้า?”
“ไม่ได้ทำสิ่งใด เพียงแค่พันรัดเจ้าไว้เล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เจ้าซื่อสัตย์เสียหน่อย” ลู่เฉินตอบเสียงเรียบ
“ดูเหมือนว่า ข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปเสียแล้ว”
“รู้ก็ดี” ชายหนุ่มยิ้ม
ไป๋หลี่ซานจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะไม่มีวิธีอื่นแล้ว?”
“โอ้? เจ้ายังมีวิธีหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยถาม
ไป๋หลี่ซานตอบด้วยแววตาเย็นชา “ในเมื่อข้าสามารถเป็นประมุขยอดเขาได้ เช่นนั้นข้าก็ต้องมีจุดแข็ง!”
เมื่อพูดจบ ภายในพื้นที่จิตนี้ก็เกิดวิญญาณของไป๋หลี่ซานขึ้นมามากมาย และสิ่งที่ถูกกักขังอยู่ตรงนั้นก็หายไปเสียแล้ว และด้านนอกปราการวิญญาณยังมีเพิ่มขึ้นมา จากนั้นวิญญาณเหล่านั้นจึงทับซ้อนเข้าด้วยกัน
เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่ลู่เฉินทำนั้นจึงสูญเปล่า
“เห็นแล้วหรือไม่?” ไป๋หลี่ซานยิ้มเย็น