ชา
“ดูเหมือนว่า สิ่งที่ข้าทำไปจะสูญเปล่าเสียแล้ว”
“ที่แท้เมื่อครู่ที่เจ้าลอยไปลอยมาอยู่ตั้งนาน ก็เพื่อที่จะกักขังวิญญาณของข้า?” ดูเหมือนไป๋หลี่ซานจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว
“ใช่”
“เช่นนั้น เจ้าก็คิดผิดเสียแล้ว”
“ถึงแม้ตอนนี้ข้าจะยังทำอันใดเจ้าไม่ได้ แต่เจ้าก็ทำอันใดข้าไม่ได้เช่นกัน”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าต้องเข้าใจเสียก่อน อย่างไรเจ้าก็ไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของข้าที่นี่ได้!” ไป๋หลี่ซานพูดพลางเปล่งแสงสีน้ำตาลขึ้นมาโดยรอบ
เห็นเพียงรอบ ๆ เกิดเงาพรางตาที่มีพลังแข็งแกร่งพันรัดไว้รอบ ๆ และเมื่อเงาพรางตาเหล่านี้ปรากฏขึ้นก็มีโซ่ตรวนมากมายพันรัดลู่เฉินไว้ แต่ชายหนุ่มกลับหายไปทันที จากนั้นจึงปรากฏตัวขึ้นบริเวณอื่นและพูดขึ้นว่า “เจ้าก็เป็นเช่นนี้”
ไป๋หลี่ซานบันดาลโทสะ ราวกับอยากจะจับลู่เฉินให้ได้จนทนไม่ไหว
ลู่เฉินยิ้ม “ตราบใดที่ข้าอยู่ที่นี่ เจ้าก็ไม่สามารถกลับเข้าสู่กายเนื้อและควบคุมร่างกายได้ตลอดกาล”
“เจ้า!” ไป๋หลี่ซานรู้ว่าที่นี่คือพื้นที่จิตของตน ถ้าหากไม่สามารถจับอีกฝ่ายได้ก็ทำได้เพียงจับตาดูลู่เฉินเช่นนี้ไปตลอด ป้องกันไม่ให้เขาซุ่มโจมตีตนได้
ส่วนชายหนุ่มนั้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายโมโหจนอยากจะฉีกทึ้งตนเป็นชิ้น ๆ ก็พูดขึ้นว่า “เป็นอันใดหรือ?”
“ไร้ยางอาย!”
ลู่เฉินเพียงยิ้ม “นี่ถือว่าไร้ยางอายหรือ?”
“ว่ามา เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกัน?!” ไป๋หลี่ซานเอ่ยถามด้วยความโมโห
“ข้าก็แค่อยากท้าประลองเจ้า!”
“เจ้าคิดว่าข้าโง่