ย์หยวนเป็นอิสระ เขาจึงพูดด้วยความดีใจ “เจ้าหนุ่ม เจ้าเห็นแล้วหรือไม่ กระบี่วิญญาณของข้าไม่ปล่อยให้เจ้าทำร้ายข้าได้ง่าย ๆ!”
ลู่เฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่!” ปรมาจารย์หยวนตอบด้วยความมั่นใจ
ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่ได้พูดใด ๆ กลับใช้เวลาอีกเพียงเล็กน้อยในการสร้างปราการวิญญาณขึ้นมา เพื่อให้มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถหนีไปได้
“เข้ามาเถิด”
“เข้าไปทำสิ่งใด?” ปรมาจารย์หยวนรู้สึกว่าอีกฝ่ายมีอุบายบางอย่าง
ชายหนุ่มไม่ได้อธิบาย เพียงแค่รออยู่ตรงนั้น จนกระทั่งปราการวิญญาณบีบรัดอีกฝ่ายเข้ามา ทำให้เมื่อกระบี่วิญญาณสูญเสียพลังไป ลู่เฉินจึงเพิ่มตราประทับวิญญาณให้
ปรมาจารย์หยวนที่ได้รับตราประทับวิญญาณตกตะลึง “พลังประหลาดอันใดของเจ้า?”
ลู่เฉินอธิบายออกมาเพียงสั้น ๆ
ปรมาจารย์หยวนถึงกับเบิกตากว้าง “จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรือ?”
“ใช่!” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก “สิ่งที่ควรพูด ข้าพูดไปหมดแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใดอีก?”
“หลงซวงผู้นั้น เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่รู้จักเขา?”
“ไม่รู้จัก!”
“เช่นนั้น เจ้าได้รับภารกิจจากหุบเขาลึกให้สังหารข้าหรือไม่?”
“เป็นครั้งแรกที่ข้าพบเจ้า จะมีภารกิจใดได้อย่างไร!” ปรมาจารย์หยวนส่ายศีรษะ
ลู่เฉินพึมพำอยู่ภายในใจ ก่อนจะพูดออกมา “หรือว่า หลงซวงถูกส่งออกมาเป็นพิเศษ?”
ปรมาจารย์หยวนเห็นท่าทางสับสนของอีกฝ่าย เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าหากเจ้าอยากรู้จริง ๆ ว่