ยินคำว่าจี้หยกเป่ยเสวี่ย เขาก็รู้สึกวางใจขึ้นมาเล็กน้อย
ทว่าขณะนั้น เจี้ยนซิงเฟิงที่อยู่ด้านหน้าลู่เฉินกำลังจ้องมองอีกฝ่ายพลางเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าหนุ่ม ที่นี่มีศิษย์ของจวนเหมันต์อุดรเป็นจำนวนมาก ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะฆ่าทั้งหมดอย่างไร!”
ในเมืองเหมันต์อุดร ลู่เฉินสามารถทำลายพลังของเจี้ยนซิงเฟิงได้ นั่นเป็นเพราะเขาส่งคนไปสังหารคนของจวนเหมันต์อุดรจำนวนไม่น้อย ทำให้กำลังของเจี้ยนซิงเฟิงนั้นอ่อนแอลง แต่ตอนนี้แตกต่างกัน
ที่นี่นั้น รอบด้านมีคนของจวนเหมันต์อุดรแอบซุ่มอยู่เป็นจำนวนมาก ซ้ำยังเป็นยอดฝีมือ ดังนั้นเจี้ยนซิงเฟิงจึงมั่นใจอย่างยิ่ง
จนกระทั่งอวิ๋นซวนซวนพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “ตอนนี้น่าจะจัดการยากเสียแล้ว”
ฟาเทียนมองไปยังลู่เฉิน “ผู้อาวุโส ท่านสามารถเก็บสมบัติวิญญาณของผู้อื่นได้มิใช่หรือ?”
“ได้น่ะได้ แต่สมบัติวิญญาณนี้อยู่ภายในร่างกายเขา หากอยากจะนำออกมา ข้าต้องเข้าไปใกล้เขาจึงจะสามารถทำได้” ลู่เฉินอธิบาย
เมื่อฟาเทียนได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า “เช่นนั้น คงไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถจัดการพวกเขาได้?”
อวิ๋นซวนซวนรู้สึกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ส่วนฉีฉีพูดขึ้นมาโดยไม่หวาดกลัว “หรือว่าให้ข้าพุ่งเข้าไปทำให้พวกถูกแช่แข็ง กี่คนก็ว่ากันไป?”
อวิ๋นซวนซวนส่ายศีรษะพลางพูดขึ้นมา “มีคนของจวนเหมันต์อุดรจำนวนมากเกินไป และยังมีที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำอีกไม่น้อย ไม่สามารถจัดการทั้งหมดได้”
ฉีฉีจึงพูดด้วยคว