ต่ด้วยความสามารถของผู้อาวุโสใหญ่นั้น หากสามารถทำให้มันบินออกไปได้เช่นนี้จะต้องแทงทะลุร่างของลู่เฉินได้แน่
ใครจะคิดว่าเขากลับเปิด ‘กำแพงพันชั้น’ ออกมา เมื่อกริชโจมตีลงบนกำแพงนั้นก็ทำลายลงไปเพียงหกร้อยกว่าชั้น และด้วยความคิดของลู่เฉินก็สามารถควบคุมกริชนั่นไว้ในมือได้ จากนั้นเขาจึงกล่าวพลางยิ้มยียวนว่า “อ่อนแอเกินไป!”
หากจะพูดว่า เพราะลู่เฉินมีไข่มุกอัสนีวิญญาณจึงต้านการโจมตีของทุกคนได้ และทำให้ทุกคนต่างก็สงสัยในทักษะของเขา แต่ตอนนี้ เขาไม่ต้องอาศัยสมบัติวิญญาณ เพียงแค่ยืมใช้เคล็ดวิชาการป้องกันก็สามารถต้านทานการโจมตีของผู้อาวุโสใหญ่ได้แล้ว
ดังนั้น คนของหอวังอัสนีจึงตกตะลึงขึ้นมา
ผู้อาวุโสใหญ่คิดว่าเมื่อครู่พลังอาจจะยังไม่มากพอ ดังนั้นจึงปล่อยมีดขว้างและกระบี่บินออกไปอีก
ทว่าการโจมตีนี้ยังคงไม่มีผลอันใดกับลู่เฉิน แต่บางอย่างกลับถูกเขารับไว้และโยนมันออกไปอีกด้านหนึ่ง
ทุกคนเห็นฉากนี้ก็รู้สึกสับสนขึ้นมา
ศิษย์ของหอวังอัสนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดขัดว่า “จับ…มีดขว้างได้?”
“นี่ต้องทรงพลังเพียงใดกัน?”
“แม้จะเป็นผู้ที่มีพลังยุทธ์เดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถจับมีดขว้างของผู้อื่นได้”
…
เป็นเพราะลู่เฉินควบคุมมีดขว้างเหล่านั้น ทำให้พลังของมีดขว้างอ่อนแอลง และสามารถควบคุมมันได้ในที่สุด
แต่ในสายตาของคนเหล่านี้ เขาเพียงแค่จับมันด้วยมือเปล่า ดังนั้นคนเหล่านี้จึงรู้สึกว่าชายผู้นี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะผู้อ