านั้นโจมตีลงบนร่างของลู่เฉิน แต่ไม่เกิดผลใด ๆ ขึ้นกับเขา จึงทำให้สวี่เล่ยซานก่นด่าออกมา “นี่ยังใช่มนุษย์หรือไม่?”
วานรขาวรู้ว่าหากตอนนี้ไม่มีวิธีที่แข็งแกร่งมากพอ ก็ไม่สามารถทำร้ายลู่เฉินได้ ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามสวี่เล่ยซาน “ยังมีวิธีใดที่แข็งแกร่งกว่านี้หรือไม่?”
“วิธีที่แข็งแกร่ง?” สวี่เล่ยซานขมวดคิ้วมุ่น
วานรขาวจึงเอ่ยเตือน “ข้าได้ยินมาว่า หอวังอัสนีมีเคล็ดวิชาสายฟ้าที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย”
“แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่กลัวใด ๆ ทั้งสิ้น!” เมื่อสวี่เล่ยซานเห็นท่าทางของลู่เฉิน ก็มีสีหน้ากังวลขึ้นมา
วานรขาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พูดออกมา “บนภูเขาลูกนี้มีสัตว์ปีศาจธาตุสายฟ้าที่แข็งแกร่งอยู่ไม่น้อยมิใช่หรือ?”
“ใช่”
“ให้พวกมันลองไปโจมตีเจ้าหนุ่มนั่น” วานรขาวเสนอความคิดเห็น
“แต่สัตว์ปีศาจเหล่านี้อาจจะไม่เชื่อฟัง” สวี่เล่ยซานมองไปยังสัตว์ปีศาจที่ถูกขังอยู่รอบ ๆ
“ปล่อยมันออกมา ข้ามีวิธีทำให้มันบ้าคลั่ง เมื่อถึงเวลานั้น สัตว์ปีศาจเหล่านี้จะไปโจมตีพวกเขาเอง” วานรขาวอธิบาย
“จริงหรือ?”
“อืม!”
สวี่เล่ยซานจึงนำเหรียญสัญลักษณ์ออกมา และเหรียญสัญลักษณ์จึงเกิดแสงสว่างสีขาวขึ้นมา
เมื่อสวี่เล่ยซานโยนเหรียญสัญลักษณ์ไปบนภูเขานั้น ค่ายกลที่อยู่รอบ ๆ ภูเขาลูกนี้จึงเกิดการสั่นสะเทือนขึ้น ตู้เทียนซานกล่าวด้วยความร้อนใจว่า “ผู้อาวุโสสวี่ ท่านคิดจะทำสิ่งใดกัน?”
ไม่เพียงแต่ตู้เทียนซานเท่านั้น ศิษย์คนอื่น ๆ ของหอวังอัสนีต