งาจาง ๆ ดูคล้ายกับกระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่พบที่สำนักภูเขาภูตในครั้งนั้น
เมื่อเริ่มแรกนั้น กระดูกศักดิ์สิทธิ์นี้เคยหลอมรวมในร่างกายของอู่เหยียน ทำให้อู่เหยียนต่างจากเดิมไปมาก
ต่อมากระดูกศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ถูกเขาทำลายไป คิดไม่ถึงว่าจะได้มาพบมันที่นี่อีกครั้ง ลู่เฉินจึงมองไปยังพระสนมซูด้วยความสงสัย “เจ้ามีความสัมพันธ์อย่างไรกับสำนักภูเขาภูต?”
ดวงตาที่เป็นเพียงโครงกระดูกกลวงทั้งสองข้างของพระสนมซูตกตะลึงไปชั่วขณะ จากนั้นจึงตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หมายความว่าเช่นไร? เจ้าก็รู้จักสำนักภูเขาภูตหรือ?”
“รู้จัก” ลู่เฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คนอื่น ๆ ต่างมองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่รู้จักสำนักภูเขาภูตนี้
พระสนมซูเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา “ในเมื่อเจ้ารู้ เช่นนั้นก็ควรจะรู้ว่าสำนักภูเขาภูตนั้นเก่งกาจเพียงใด!”
“เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้ไปยังสำนักภูเขาภูตช่วงหนึ่ง และทำลายคนไปหนึ่งคน ขณะเดียวกันยังได้ทำลายกระดูกศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย” ลู่เฉินอธบาย แต่พระสนมซูกลับคิดว่าอีกฝ่ายเพียงแค่พูดตลก ดังนั้นจึงตะคอกกลับมาว่า “ทำลายกระดูกศักดิ์สิทธิ์? เจ้าล้อเล่นหรือไร!?”
“ไม่เชื่อ? เช่นนั้นข้าคงต้องให้เจ้าลองดูเสียหน่อยแล้ว!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ จึงนำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา
พระสนมซูไม่รู้ว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด แต่นางกลับชิงลงมือเสียก่อน “ตายซะ!”
เห็นเพียงบนร่างของพระสนมซูแผ่ไอความเย็นออกมา ผู้คนที่ยืนอยู่รอบ ๆ ถู