กแช่แข็งทั้งหมดตรงนั้นทันที หนานเหยาและหนานลัวที่อยู่ภายในค่ายกลต่างก็ตกตะลึงขึ้นมา
ส่วนร่างกายของลู่เฉินนั้นเริ่มถูกแช่แข็ง จนในที่สุดทั่วทั้งร่างและกู่ฉินก็ถูกแช่แข็งอยู่ตรงนั้น
“ข้าหลงคิดไปว่าเจ้าจะเก่งกาจกว่านี้เสียอีก! แต่ดูเหมือนจะไม่มากเท่าใดนัก!” เมื่อพระสนมซูเห็นผลงานการโจมตีของตนก็พลันรู้สึกพึงพอใจขึ้นมา ขณะที่หนานลัวเริ่มร้อนใจแล้ว “พระสนมซู ท่าน ท่านอย่าทำร้ายเขาเด็ดขาด!”
หนานเหยาเองก็พูดด้วยความร้อนใจเช่นกัน “หากท่านกล้าทำร้ายอาจารย์ของข้า ข้าจะไม่ปล่อยท่านไปแน่!”
“เหอะ เขาทำร้ายองค์จักรพรรดิ พวกเจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเขาไปงั้นหรือ?” พระสนมซูตะโกนขึ้นมาเสียงดัง และค่อย ๆ เดินเข้าไปหาลู่เฉินโดยไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป
ไม่เพียงเท่านั้น บนฝ่ามือของพระสนมซูผู้นี้ยังหลอมรวมกระบี่กระดูกเล่มหนึ่งไว้ จากนั้นจึงชี้ไปยังร่างของลู่เฉินพลางเบิกตากว้าง “ตายซะ!”
หนานลัวและหนานเหยาต่างตกตะลึง
โดยเฉพาะหนานเหยาที่คิดจะพุ่งตัวออกไปจากค่ายกลนี้ ทว่าหนานลัวรั้งนางไว้ “อย่าตื่นตระหนกไป!”
“ไม่ ข้าจะไปช่วยอาจารย์ของข้า!”
หนานลัวคว้าตัวหนานเหยาเอาไว้ โดยไม่ปล่อยให้นางออกไปได้ และยังพูดต่อไปอีกว่า “เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง!”
หนานเหยากังวลเป็นอย่างยิ่ง ในหัวครุ่นคิดที่จะโจมตีหนานลัวเพื่อให้เขาปล่อยนาง แต่ขณะนั้นเอง เมื่อกระบี่นั้นถูกตวัดฟันออกไป น้ำแข็งบนร่างของลู่เฉินก็หายไปทันที ปรากฏโซ่ตรวนคำสาปภ