ูตขึ้นมา มันเข้าไปพันรัดโครงกระดูกและกระบี่กระดูกนั้นไว้อย่างรวดเร็ว
หนานเหยาและหนานลัวพลันตกตะลึงทันที ขณะที่ลู่เฉินมองไปยังพระสนมซูที่ถูกตนพันธนาการไว้ “เป็นเช่นไร? สะดวกสบายดีหรือไม่?”
พระสนมซูกล่าวด้วยความโมโห “เจ้า! เหตุใดเจ้าจึงสามารถหลุดพ้นจากเคล็ดวิชาภูตเยือกแข็งของข้าได้!”
“เคล็ดวิชาภูตเยือกแข็งของเจ้า สำหรับข้านั้น ยังอ่อนแอเกินไป” เมื่อเขาพูดจบ พระสนมซูก็ก่นด่าออกมาด้วยความโมโหทันที “เจ้าอย่ามาอวดดี!”
“ว่ามาเถิด กระดูกศักดิ์สิทธิ์นั่น ผู้ใดมอบให้เจ้า!” ชายหนุ่มหาได้ฟังไม่ เขาเพียงต้องการรู้ว่ากระดูกศักดิ์สิทธิ์นี้ และกระดูกศักดิ์สิทธิ์ของสำนักภูเขาภูตนั้นมาจากที่ใด แล้วผู้ที่เรียกกระดูกศักดิ์สิทธิ์นี้ออกมาคือผู้ใด
พระสนมซูยังคงดื้อดึง “ฝันไปเถิดว่าข้าจะบอกเจ้า!”
“หากเจ้าไม่พูด เช่นนั้นข้าคงต้องให้เจ้าสัมผัสสิ่งนี้เสียหน่อย” เมื่อลู่เฉินพูดจบ มือก็เริ่มบรรเลิงกู่ฉินเพลิงโบราณ และสำหรับสิ่งที่เป็นภูตผีนั้น ก็นับว่ามีพลังการทำลายล้างที่สูงมาก!
ด้วยเหตุนี้ เมื่อพระสนมซูได้ฟัง โครงกระดูกนั้นจึงเกิดควันสีดำออกมาเล็กน้อยราวกับว่ากำลังเจ็บปวด
หนานลัวสูดหายใจเข้าพลางเอ่ยถามออกมาว่า “อาจารย์ของเจ้ากำลังทำสิ่งใด?”
“อาจารย์ของข้ากำลังจัดการสิ่งนี้ด้วยความชำนาญ!” หนานเหยาพูดด้วยความพึงพอใจ แต่หนานลัวกลับอุทานออกมา “เหตุใด…ข้ารู้สึกว่าเหมือนเขาจะทำได้ทุกสิ่ง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หนาน