ือหลินเฟิง เขาเป็นนักรบเดนตายของชนเผ่าเร่ร่อน การที่เขาปรากฏตัวที่เมืองหลวงในครั้งนี้ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน!
“ส่วนชางว่างตัวปลอมหรือหลินเฟิงคนนั้น หลังจากซินเยว่อีถูกคนของเราพาตัวไป เขาก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวต่อ “เมื่อดูจากตอนนี้ เขาคงจะออกจากเหลียวปี้เลี่ยตงไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”
“พวกเขามาที่เมืองหลวงเพื่อจุดประสงค์ใดกัน?” หลี่เยว่หานถามขึ้นตามสัญชาตญาณ
“ตอนนี้ยังไม่แน่ชัด” เมิ่งฉีฮ่วนตอบ “สถานการณ์ชายแดนยังไม่คงที่ ข่าวสารหลายอย่างจึงล่าช้า ข้าเองก็ยากจะได้รับข่าวกรองที่รวดเร็วที่สุดในตอนนี้”
“ช่างวุ่นวายนัก…” หลี่เยว่หานถอนหายใจพลางโอบกอดเมิ่งอิงหนิงในอ้อมอกให้แน่นขึ้น
เดิมทีเมิ่งอิงหนิงจวนจะเคลิ้มหลับอยู่แล้ว แต่พอถูกมารดากอดแน่นเข้า นางก็คล้ายจะรู้สึกตัวขึ้นมา จึงยกมือขึ้นโอบรอบลำคอของหลี่เยว่หานแล้วส่งเสียงเจื้อยแจ้วว่า “ท่านแม่… ไม่กลัว ๆ นะ!”
หลี่เยว่หานถึงกับชะงักไป
เมิ่งฉีฮ่วนเองก็นิ่งอึ้ง
เมิ่งสืออี้ตาโตเท่าไข่ห่าน
“น้องสาวพูดได้แล้ว!!!” เมิ่งสืออี้เป็นคนแรกที่ได้สติ เขาร้องตะโกนออกมาเสียงดังราวกับจุดประทัด
เมิ่งฉีฮ่วนที่ถูกลูกชายตะโกนใส่ข้างหูถึงกับทำหน้าบอกไม่ถูก เขาเอานิ้วแคะหูพลางมองเจ้าลูกชายอย่างระอาใจ
ส่วนหลี่เยว่หานนั้นดีใจจนเนื้อเต้น นางกอดเมิ่งอิงหนิงไว้แน่น ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ “อานิ่ง อานิ่ง… เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
“ท่านแม่… ท่านแม่… ไ