้านเป็นแน่ ท่านอาเคยคิดหรือไม่ว่า แคว้นตงฮั่นก่อตั้งมาสามร้อยกว่าปี ตระกูลขุนนางเติบโตมาพร้อมกับแผ่นดิน บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งแคว้นประทานตบรางวัลให้ตระกูลใหญ่ก็เพราะพวกเขาเป็นขุนนางที่มีความชอบ ย่อมควรได้รับสืบทอดอำนาจไปชั่วลูกชั่วหลาน ยามนี้ท่านคิดจะลงดาบกับพวกเขา ไม่กลัวเหล่าขุนนางจะรวมตัวกันถวายฎีการ้องทุกข์อย่างนั้นหรือ?”
แม้จงเจิ้งอวี่จะชิงดีชิงเด่นกับจงเจิ้งเสียนในราชสำนักอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่เขาก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มองสถานการณ์ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขารู้ดีว่าเมิ่งฉีฮ่วนต้องการสร้างสวัสดิการให้ราษฎรและบัณฑิตยากจน แต่ตระกูลขุนนางที่สืบทอดมานับร้อยปีใช่ว่าจะสั่นคลอนได้ง่าย ๆ
นี่คือคำเตือน และเป็นการหยั่งเชิงไปในตัว เพราะในสายตาของจงเจิ้งอวี่ เมิ่งฉีฮ่วนไม่ใช่คนที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง การสั่นคลอนรากฐานตระกูลขุนนางไม่ใช่การตัดสินใจที่ดีเลย และดูไม่เหมือนสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนจะทำด้วย!
“หลานชาย ยามที่เจ้าฝึกทหาร กินนอนร่วมกับเหล่าทัพ เจ้าเคยได้ยินเสียงในใจของพวกเขาบ้างหรือไม่?” เมิ่งฉีฮ่วนไพล่มือข้างหลังพลางมองจงเจิ้งอวี่
“เรื่องนี้…” จงเจิ้งอวี่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน
“เจ้าเคยคิดหรือไม่ ยามนี้ตงฮั่นมั่งคั่งทหารกล้าแข็ง แต่เหตุใดชานเมืองหลวงกลับต้องมีทหารประจำการอยู่หลายแสนนาย?” เมิ่งฉีฮ่วนยิงคำถามที่สอง
จงเจิ้งอวี่เม้มปาก “ลูกผู้ชายย่อมปรารถนาจะสร้างผลงานและยศถาบรรดาศักดิ์”
“ผิดแล้ว” เม