ดออกมา
แม้ค่ายกลจะถูกทำลายไปแล้ว แต่พลังที่คอยปิดกั้นสัมผัสวิญญาณยังมิได้สลายไปสิ้น หลี่เยว่หานจึงมิอาจใช้พลังจิตค้นหาทางออกได้โดยตรง ทำได้เพียงใช้หว่านอู้เซิงคอยส่องทาง และส่งพลังจิตส่วนหนึ่งติดตามร่องรอยของเฮ่อเจิ้งเทียนที่อยู่ด้านบน
โชคดีที่ตอนไปเกาะถงเซิงคราวนั้น หลี่เยว่หานเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน จึงได้ฝากกระแสพลังจิตไว้ที่ตัวเฮ่อเจิ้งเทียนสายหนึ่ง มิเช่นนั้นการจะหาทางออกในยามนี้คงยากลำบากแสนสาหัส
นับตั้งแต่ชายผมขาวที่เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักตายไป หลี่เยว่หานก็เริ่มสัมผัสได้ว่าอากาศโดยรอบเริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลง
“พวกเราต้องเร่งมือแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาคว้ามือหลี่เยว่หานไว้และเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เมื่อขาดพลังจากค่ายกลคอยค้ำจุน วิชาผนึกในโลงศพก็น่าจะสิ้นฤทธิ์ลงโดยสมบูรณ์ ข้าเริ่มได้กลิ่นเหม็นเน่าจาง ๆ แล้ว”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานก็ใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที
แม้กลิ่นศพจะยังมิรุนแรงนัก แต่ยามที่ซากศพเน่าเปื่อยจะก่อให้เกิดก๊าซไข่เน่าจำนวนมาก หากก๊าซเหล่านี้สะสมจนถึงระดับหนึ่ง เพียงมีประกายไฟแม้เพียงนิดก็อาจเกิดการระเบิดได้
มันอันตรายเกินไปแล้ว!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลี่เยว่หานก็เร่งฝีเท้าขึ้น “พวกเราต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด หากซากศพทั้งหมดเน่าเปื่อยพังทลายลง พวกเราอาจจะต้องตายอยู่ที่นี่!”
“หวังเฟยกล่าวได้ถูกต้อง ก๊าซที่เกิดจากการเน่าเปื่อยของศพพวกนี้มีพิษ หากมิร