นเปิดทางให้โจรขุดสุสานชัด ๆ” สวีซิ่งอี้กล่าวอย่างท้อแท้
“ในที่นี้เจ้าเป็นคนที่เชี่ยวชาญเรื่องวิชาโจวอี้และค่ายกลแปดทิศที่สุด หากเจ้ายังถอดใจไม่ยอมหาทางออก ข้ากับท่านอ๋องก็คงจนปัญญาแล้ว” หลี่เยว่หานกล่าวพลางใช้ปลายเท้าสะกิดสวีซิ่งอี้ “เจ้าไม่อยากตามหาพ่อของเจ้าแล้วหรือไร”
เมื่อถูกสะกิดเรื่องบิดา สวีซิ่งอี้ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วสปริงตัวขึ้นจากพื้น จ้องหน้าหลี่เยว่หานพลางกัดฟันตอบ “ข้าจะหา!”
พูดจบ เขาก็คว้าพลั่วคู่ใจเดินสะบัดก้นจากไปด้วยความขุ่นเคือง
“เยว่หาน” เมิ่งฉีฮ่วนกลับมาหาเธอหลังจากตรวจรอบ ๆ แล้วพบว่าไม่มีกลไกอันตรายอื่น “เจ้าหนาวหรือไม่?” เขาถามพลางกุมมือเธอขึ้นมาเป่าลมร้อนให้
“ไม่หนาวหรอกเจ้าค่ะ วิ่งหนีทั้งลุ้นทั้งกลัวมาตลอดทาง ตอนนี้ยังรู้สึกอุ่น ๆ อยู่เลย” เธอตอบ
“ข้าตรวจดูหมดแล้ว ห้องนี้ปลอดภัยดี ไม่มีทั้งอสูรกายหรือค้างคาว” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว
“มันแปลกเกินไปนะเจ้าคะ” หลี่เยว่หานเอียงคอสงสัยพลางมองกองสมบัติ “ตามหลักแล้ว สิ่งของฝังร่วมมักไม่วางไว้ในห้องสุสานหลักโดยตรง พวกซินแสเคยกล่าวไว้ว่าทองเงินหยกจะส่งผลต่อการเวียนว่ายตายเกิด ดังนั้นของมีค่ามักจะถูกวางไว้ในห้องข้างเสียมากกว่า”
“ข้าก็สังเกตเห็นเช่นกัน” เมิ่งฉีฮ่วนตอบ “แต่มันไม่มีเส้นทางอื่นแล้ว ที่นี่จึงต้องเป็นห้องสุสานหลักแน่นอน”
หลี่เยว่หานเม้มปาก “อย่างไรก็ต้องระวังให้มาก ของพวกนี้ห้ามหยิบฉวยไปแม้แต่ชิ้นเดียว”
“วางใจ