่อเย็นเยียบไหลหยดลงมาจากขมับด้วยความหวาดวิตก
ในตำรายังกล่าวอีกว่า แม้ค้างคาวจะมีสายตาไม่ดี แต่มันสามารถหาตำแหน่งเหยื่อในความมืดได้แม่นยำ และค้างคาวในสุสานยังสามารถจับตำแหน่งเหยื่อได้จากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย
หากเป็นเช่นนั้น ตอนที่พวกเขาสลับกันเปิดประตูห้องสุสาน ฝูงค้างคาวที่พุ่งพรูออกมาคงเป็นเพราะความร้อนจากการที่พวกเขาจุดเทียนจนสว่างไปทั่วทั้งโถงก่อนหน้านี้นี่เอง
ค้างคาวที่ถูกขังอยู่หลังประตูหินสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป จึงพากันมารวมตัวกันที่หลังประตู เมื่อประตูเปิดออก พวกมันจึงพุ่งออกมาพร้อมกันทันที
แต่หลังจากวนเวียนสำรวจอยู่รอบหนึ่ง กลับไม่พบสิ่งใด
ทว่าในจังหวะนั้นเอง หลี่เยว่หานและสวีซิ่งอี้กลับก้าวออกจากประตูหินย้อนกลับมาที่นี่ ในตอนนั้น อุณหภูมิในห้องสุสานถูกไอเย็นยะเยือกกัดเซาะจนมอดไหม้ไปหมดแล้ว ฝูงค้างคาวจึงหาที่อยู่ของคนทั้งสองเจอได้ในเวลาไม่นาน
เมื่อดูจากเหตุการณ์ตรงหน้า ค้างคาวเหล่านี้คงรวมร่างกับอสูรกายเงา เตรียมจะสังหารคนทั้งสองเพื่อใช้เป็นอาหารและเครื่องเซ่นสังเวยให้แก่อสูรตัวนี้
ยิ่งคิด สวีซิ่งอี้ก็ยิ่งเครียดจัดจนเหงื่อกาฬไหลเข้าตา แต่เขาก็ไม่กล้าแม้จะกะพริบตา ทำได้เพียงเฝ้าระวังอสูรกายที่รุกคืบเข้ามาอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น
แม้เขาจะไม่รู้ว่าตนเองมีโอกาสชนะอสูรกายเงานี้มากน้อยเพียงใด แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็ต้องปกป้องหลี่เยว่หานที่อยู่ข้างหลังให้จง