้ไม่วางใจเรื่องผีสางหรอก ท่านไม่วางใจเพราะเหวินจั๋วกำลังเป็นที่นิยมในเมืองเทียนซิงอู่เหอ หากเขากลับไปแล้วสถาปนาตนเป็นอ๋องปกครองตัวเองต่างหากเล่า!” ฮองเฮาตรัสจี้ใจดำอย่างไร้ความปรานี
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเม้มปากแน่น ยังคงดื้อดึงไม่ยอมตรัสสิ่งใด
“แทนที่จะมาสู้กันเองในหมู่พี่น้องเช่นนี้ สู้หาโอกาสคุยกับเหวินจั๋วให้รู้เรื่องเสียดีกว่า หลี่เยว่หานเป็นเด็กดีแถมยังมีสติปัญญา ครั้งนี้นางวิจัยวิชาถลุงเกลือและถลุงน้ำมันได้สำเร็จ แล้วยังยอมมอบให้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ราษฎร นั่นแสดงว่าในใจของสามีภรรยาคู่นี้มีความเป็นอยู่ของใต้หล้าเป็นที่ตั้ง”
“ลูกชายทั้งสองของท่านสุดท้ายก็เก่งแต่เรื่องแย่งชิงอำนาจ คนที่พอจะมีความเป็นอยู่ของชาวบ้านอยู่ในหัวบ้างก็เห็นจะมีแต่เสียนเอ๋อร์คนเดียว เพราะฉะนั้น ท่านควรรีบคุยกับเหวินจั๋วให้ชัดเจน จะได้ให้เขาช่วยพิจารณาดูว่าในบรรดาลูกชายทั้งสอง ใครกันที่เหมาะจะรับตำแหน่งรัชทายาท เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ และเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่หลังจากท่านล่วงลับไปแล้ว!”
คำพูดของฮองเฮาครั้งนี้เรียกได้ว่าฟังดูรุนแรงนัก แต่ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นกลับโปรดปรานนิสัยเผ็ดร้อนเช่นนี้ของพระนางเป็นที่สุด ดังนั้นแทนที่จะกริ้ว พระองค์กลับฟังคำด่าทอด้วยความเต็มใจยิ่ง
เมื่อเห็นฮ่องเต้ทำท่าทางเคลิบเคลิ้ม ฮองเฮาก็อดไม่ได้ที่จะชายตามองค้อน พลางเอื้อมมือไปจิ้มที่ไหล่พระองค์ “ข้าเชื่อว่าเหวินจั๋วไม่มีใจชิงอำนาจ ท่านเองก็เลิกร