ะแวงได้แล้ว เรื่องพี่น้องเข่นฆ่ากันเอง ข้าคิดว่าท่านคงไม่อยากพบเจออีกเป็นครั้งที่สอง”
ได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นก็รู้สึกอุ่นซาบซ่านในใจ พระองค์รวบตัวฮองเฮามากอดไว้ ลูบไล้ไหล่บางด้วยความอาวรณ์พลางทอดถอนใจ “นั่นสิ… ข้าเองก็ไม่อยากเห็นพี่น้องเข่นฆ่ากันอีกแล้ว เพื่อให้มีชีวิตรอดในตอนนั้น ข้าจำเป็นต้องก้าวเข้าสู่สมรภูมิแย่งชิงบัลลังก์ จนต้องทำร้ายพี่น้องไปไม่น้อย น้องชายเพียงคนเดียวที่มี ข้าตั้งใจจะปกป้องเขาไว้ให้ดีที่สุด หากเจ้าไม่เตือนสติ ข้าคงจะลืมไปแล้วว่าเหวินจั๋วคือน้องชายร่วมอุทรของข้าจริง ๆ”
เมื่อเห็นฮ่องเต้ตรัสเช่นนี้ ฮองเฮาก็เบาใจลง เสียงที่ตรัสออกมาจึงอ่อนโยนขึ้นมาก “ข้าเพียงแค่อยากอยู่อย่างสงบเคียงข้างท่านในกำแพงสี่ด้านนี้ ท่านเป็นเจ้าชีวิตผู้โดดเดี่ยว ข้าเป็นมารดาของแผ่นดิน อย่างน้อยทำเช่นนี้ท่านก็จะไม่ต้องอ้างว้าง และจะไม่เกิดความคิดชั่วร้ายเพียงเพราะยืนอยู่ในที่สูงเกินไป”
ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นตื้นตันใจยิ่งนักกับคำพูดนี้
ทั้งสองกอดประคองกันอยู่ครู่หนึ่ง ฮ่องเต้ก็ตรัสขึ้นมาว่า “อาไฉ่ เจ้าคิดว่าระหว่างเสียนเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์ ใครเหมาะจะเป็นรัชทายาทมากกว่ากัน?”
ทันทีที่ได้ยินคำถาม ฮองเฮาก็เงียบไป
ใจของฮ่องเต้หล่นวูบ ก่อนจะตรัสด้วยเสียงแผ่วลง “ไม่ว่าจะเป็นใครในหมู่พวกเขา ก็ล้วนเทียบ ‘หู้เอ๋อร์’ ของเราไม่ได้เลยสักคน”
“หู้เอ๋อร์วาสนาน้อยนัก มิอาจแบกรับเกียรติยศของราชวงศ์ไว้ได้ ช