ำสิ่งใดผิด!”
“ฉีหวังช่างโอหังนัก! หมิ่นเบื้องสูง ใส่ร้ายขุนนางคนสำคัญงั้นหรือ? หลี่เยว่หานนับเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ใดกัน และหลี่ต้าเฉิงนับเป็นขุนนางคนสำคัญที่ใด!” ขุนนางผู้หนึ่งเอ่ยแดกดันขึ้นมา “ก็แค่พ่อลูกชั้นต่ำที่มาจากป่าเขาบ้านนอกมิใช่หรือ!”
ขุนนางผู้นี้คือจงซูลิ่งที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ และเป็นคนสนิทขององค์ชายใหญ่ จึงแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อเมิ่งฉีฮ่วนอย่างออกหน้าออกตา
“ใต้เท้าหวัง ท่านกำลังเปรียบเปรยว่าข้ามิใช่เชื้อพระวงศ์ และกำลังดูหมิ่นจวนจิ้นกั๋วกงงั้นหรือ?” เมิ่งฉีฮ่วนจ้องมองจงซูลิ่งด้วยสายตาเย็นชาและซักไซ้อย่างมิเกรงใจ “ท่านบอกว่าจิ้นกั๋วกงและฮั่นหรงฟูเหรินของข้าเป็นเพียงพ่อลูกชั้นต่ำที่มาจากชนบท เช่นนั้นข้าขอถามใต้เท้าหวัง ในเมื่อตอนนี้นโยบายหลักของราชสำนักคือการผลักดันวิชาถลุงเกลือและถลุงน้ำมันเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ในสายตาของท่าน วิชาเหล่านั้นก็คงเป็นเรื่องต่ำต้อยไร้ค่าด้วยสินะ”
“ฉีหวัง ท่านอย่าได้พูดจาสุ่มสี่สุมห้า ข้าเพียงพูดไปตามเนื้อผ้า เหตุใดต้องมาใส่ความข้าเช่นนี้!” ใต้เท้าหวังถูกต้อนจนหน้าถอดสี
“วิชาถลุงเกลือและถลุงน้ำมันล้วนถูกคิดค้นโดยพ่อลูกชนบทที่ท่านดูแคลน และตัวข้าเองก็เป็นอนุชาแท้ ๆ ของฝ่าบาท เมื่อครู่ท่านบอกว่าข้าโอหัง บอกว่าหวังเฟยของข้ามิใช่เชื้อพระวงศ์ และจิ้นกั๋วกงมิใช่ขุนนางสำคัญ… หรือว่าข้าปรักปรำท่านผิดไป?” เมื่อใดก็ตามที่มีคนหมิ่นเกียรติหลี่เยว่หาน เมิ