ที่ลงมือปลิดชีพคน
“วางใจเถอะ ข้าจะไม่บอกเขา” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางหันไปพยักหน้าให้มู่หวังเฟย “พี่สะใภ้ ในเมื่อท่านอยู่ที่นี่แล้ว รบกวนช่วยอยู่เป็นเพื่อนเยว่หานสักหน่อย ข้าต้องไปจัดการเรื่องข้างนอกให้เรียบร้อย เย็นนี้พวกเราค่อยมาร่วมโต๊ะอาหารกันดีหรือไม่?”
“ไปเถิด ๆ ทางนี้มีข้าอยู่ทั้งคน” มู่หวังเฟยโบกมือไล่เมิ่งฉีฮ่วนราวกับไล่แมลง
เมิ่งฉีฮ่วนคลุมผ้าไหล่ให้หลี่เยว่หานอย่างเบามือ ก่อนจะสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว
เดิมทีที่เขาห่วงคืออาการของหลี่เยว่หาน เมื่อเห็นว่านางปลอดภัยดีและมีมู่หวังเฟยคอยอยู่เป็นเพื่อน เขาก็เบาใจที่จะออกไปจัดการเรื่องราววุ่นวายภายนอกจวน
“เหวินจั๋วนี่ช่างกระไร อุตส่าห์ปลีกตัวกลับมาเพื่อดูเจ้าเพียงแวบเดียวแท้ ๆ” มู่หวังเฟยดึงมือหลี่เยว่หานมากุมไว้พลางเอ่ยด้วยสีหน้าเย้าแหย่ “ดีเหลือเกิน เจ้าต้องรักกับเหวินจั๋วให้มาก ๆ นะ”
หลี่เยว่หานเม้มปากน้อย ๆ “หากมิใช่เพราะเรื่องวุ่นวายในครอบครัวของข้า เขาคงจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและคล่องตัวกว่านี้เจ้าค่ะ”
“พูดจาเหลวไหล” มู่หวังเฟยแสร้งทำเป็นเคืองพลางเอาไหล่ชนหลี่เยว่หานเบา ๆ “เรื่องในครอบครัวเจ้ามิใช่ความผิดของเจ้าเสียหน่อย ใครจะไปคาดคิดว่าหญิงโฉดผู้นั้นจะเสียสติลุกขึ้นมาอาละวาด เช่นที่เจ้าบอกนั่นแหละ นางมาถึงเมืองหลวงจนเริ่มก่อเรื่องแล้วเจ้าถึงได้รับรู้ พวกเราจะไปเดาใจคนบ้าได้อย่างไร อย่าเอาเรื่องพวกนี้มาแบกไว้บนบ่าตัวเองนักเลย