งยังไม่หยุดอาละวาดอีกเล่า?”
“ข้า… ข้าจะไปจากเมืองหลวงพร้อมกับนางเอง!” หลี่หรงหรงกัดฟันตอบด้วยความเด็ดเดี่ยว
นางไม่สนสิ่งใดอีกแล้ว ขอเพียงหลี่เยว่หานยอมให้หวังเฟิ่งอยู่ต่อ หลังจากนั้นไม่ว่าอย่างไรย่อมมีทางแก้ไข แต่หากปล่อยให้หวังเฟิ่งจากไปในสภาพนี้ นางต้องตายอยู่กลางทางแน่! แม้หลี่หรงหรงจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองเพียงใด แต่นางก็ยังมีความผูกพันทางสายเลือด มิเช่นนั้นวันนี้คงไม่รีบร้อนไปเชิญหลี่เยว่หานมาช่วย
“เจ้าเอาจริงหรือ?” หลี่เยว่หานประหลาดใจไม่น้อยที่ได้ยินเช่นนั้น
“พี่สาว ข้าเอาจริงเจ้าค่ะ ไม่ว่าอย่างไรนางก็คือท่านแม่ของข้า…” หลี่หรงหรงพูดพลางน้ำตาร่วงอีกครั้ง “ไม่ว่านางจะเป็นอย่างไร ข้าก็อยากให้นางมีชีวิตอยู่…”
“ข้าจะถามอีกครั้ง เจ้าแน่ใจแล้วใช่หรือไม่!” น้ำเสียงของหลี่เยว่หานเข้มขึ้นกว่าเดิมมาก
หลี่หรงหรงถูกขู่จนต้องกลั้นน้ำตา นางมองหน้าพี่สาวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนจะพยักหน้ายืนยันอย่างหนักแน่น
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เยว่หานจึงตวัดสายตาเย็นชาไปยังหวังเฟิ่งที่นั่งเนื้อตัวมอมแมมอยู่บนพื้น
“ฉีอ๋องเสด็จแล้ว—” ทันทีที่หลี่เยว่หานกำลังจะเอ่ยปาก เสียงอันทรงพลังของเฮ่อเจิ้งเทียนก็ดังขัดขึ้นมา
ครานี้ไม่ต้องรอให้ท่านผู้ว่าการสิงสั่งการ เหล่าชาวบ้านต่างพากันเงียบกริบและหลีกทางให้อย่างรู้ความ
เมิ่งฉีฮ่วนเดินเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายสังหารที่แผ่ซ่าน เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่งมาจากลานฝึกทหาร ทุกคนท