่งนัก เช่นนั้นแล้วท่านจะให้สตรีเป็นฝ่ายเริ่มก่อนได้อย่างไร?” เสียงของหลี่เยว่หานนุ่มนวลราวกับขนนกที่กรีดกรายลงบนใจของเมิ่งฉีฮ่วน และสั่นสะเทือนไปถึงส่วนลึกในกายเขา
ทันทีที่สิ้นเสียง เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกว่าร่างกายของตนแข็งเกร็งไปหมด
‘เขาและหลี่เยว่หานแต่งงานกันมานานเพียงนี้ เหตุใดเขายังคุมอารมณ์ไม่อยู่เช่นนี้…’
ยามนี้เมิ่งฉีฮ่วนไม่สนสิ่งใดอีกแล้ว เขาเพียงแต่อยากจะกดตัวแม่ยอดขมิ้นที่กอดคอเขาและพ่นวาจาเจื้อยแจ้วอยู่ข้างหูให้จมลงกับเตียง
และเขาก็ทำเช่นนั้นจริง ๆ
เมื่อหลี่เยว่หานตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น นางก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย
‘ข้าคือใคร ข้าอยู่ที่ไหน แล้วข้ากำลังจะทำอะไร?’
เมื่อความรู้สึกปวดเมื่อยแล่นไปทั่วร่าง หลี่เยว่หานจึงค่อย ๆ นึกถึงเรื่องเมื่อคืนได้ นางอายจนหน้าแดงซ่าน
โชคดีที่ในห้องพักบนเรือมีนางอยู่เพียงลำพัง มิฉะนั้นด้วยใบหน้าแดงก่ำเช่นนี้คงต้องถูกหัวเราะเยาะเป็นแน่
นางลุกขึ้นไปเปิดหน้าต่าง รับลมทะเลเย็น ๆ เพื่อระบายความร้อนบนใบหน้า จากนั้นจึงเปลี่ยนมาสวมชุดบุรุษที่ทะมัดทะแมง ซึ่งนางสั่งทำไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ที่เมืองเทียนซิงอู่เหอ ยามนี้สวมใส่ได้พอดีเป๊ะ
หลังจากจัดการล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย หลี่เยว่หานก็แวะไปหยิบแผ่นแป้งจากครัวมาหนึ่งชิ้น นางเคี้ยวแป้งพลางเดินไปหาเมิ่งฉีฮ่วน
ในตอนนั้นเมิ่งฉีฮ่วนกำลังต้อนรับแขกอยู่พอดี นางจึงยืนคุยกับเฮ่อเจิ้งเทียนและคนดูแลเรืออยู่ด้านนอก
“ข้างในนั