้ว แต่ในสายตาของเขา หลี่เยว่หานก็ยังเป็นสตรี และความคิดแบบบุรุษเป็นใหญ่นั้นบอกเขาว่าสตรีคือภาระ
“แค่ข้ากับเมียข้าสองคนก็พอแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงมีความอดทนอย่างยิ่ง เขาไม่อยากให้ใครมองหลี่เยว่หานในทางที่ไม่ดี และไม่อยากให้นางตกเป็นเป้าสายตา อีกทั้งค่ายกลสมุทรนี้เปลี่ยนแปลงยากแท้หยั่งถึง ต่อให้เป็นตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ว่าจะถอยกลับออกมาได้อย่างปลอดภัย ยิ่งพาคนไปมากเท่าใด ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
หลี่เยว่หานที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสีหน้าไม่เชื่อมั่นของกัปตันเรือก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ยามนี้นางไม่ได้แสดงออก เพียงเอ่ยเรียบ ๆ ว่า
“กัปตันเรือโปรดวางใจ ข้าจะไม่เป็นตัวถ่วงของท่านอ๋องแน่นอน” นางดึงเสื้อชูชีพบนตัวพลางยิ้มออกมาอย่างเปิดเผย “ของสิ่งนี้พวกท่านก็ได้ลองทดสอบกันมาสองวันแล้ว มันช่วยชีวิตคนได้จริง ๆ หากพวกเราถูกคนเกาะถงเซิงลอบโจมตี พวกท่านก็แค่รีบพายเรือมาให้ไว ยังพอมีโอกาสที่จะงมข้ากับท่านอ๋องขึ้นเรือได้อยู่”
เมื่อได้ยินหลี่เยว่หานกล่าวเช่นนั้น กัปตันเรือก็นึกถึงเสื้อชูชีพที่นางทำขึ้น ซึ่งพวกเขาได้ทำการทดสอบหลายครั้งในช่วงสองวันที่ผ่านมาและพบว่ามันช่วยให้คนลอยน้ำได้จริง ๆ เขาจึงเริ่มมีความเคารพในตัวพระชายามากขึ้น พลางประสานมือขอขมา
“พระชายาโปรดอย่าตำหนิ ข้าเพียงแต่เป็นห่วงความปลอดภัยของท่านและท่านอ๋องเท่านั้น”
“ข้ารู้” หลี่เยว่หานโบกมือ ก่อนจะมุดเข้าไปนั่งในประทุนเรือเล็ก เมิ่งฉีฮ่ว