นเห็นนางเตรียมพร้อมแล้ว และรู้ว่าคงไม่อาจใช้คำพูดของกัปตันเรือมากล่อมให้นางรออยู่บนเรือใหญ่ได้อีก เขาจึงไม่กล่าวมากความ สั่งกำชับกัปตันเรือให้ระวังความปลอดภัยในการเดินเรือในช่วงไม่กี่วันนี้ จากนั้นจึงนั่งลงที่หัวเรือและจับไม้พายคู่
กัปตันเรือเห็นเช่นนั้นก็รู้ว่าทั้งสองตัดสินใจแน่วแน่ไม่มีวันหันหลังกลับ จึงได้แต่กล่าวส่งท้ายว่า “ข้าจะตั้งตารอท่านอ๋องและพระชายาหวนคืนอย่างมีชัย!”
เหล่านักรบห้าพันนายที่อยู่เบื้องหลังต่างคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เพื่อส่งท่านเก้าและพระชายาของเขา แต่ไม่มีใครส่งเสียงออกมา
แม้ที่นี่จะอยู่ห่างจากเกาะถงเซิงมาก แต่หากคนห้าพันคนตะโกนออกมาพร้อมกัน ย่อมเสี่ยงที่จะถูกตรวจพบได้ พวกเขาจึงได้แต่กู่ร้องตะโกนก้องอยู่ในใจอย่างเงียบเชียบ
‘รอคอยท่านอ๋องและพระชายาหวนคืนอย่างมีชัย!’
‘รอคอยท่านอ๋องและพระชายาหวนคืนอย่างมีชัย!’
‘รอคอยท่านอ๋องและพระชายาหวนคืนอย่างมีชัย!’
จนกระทั่งเรือลำน้อยของเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานหายลับไปจากสายตา พวกเขาจึงลุกขึ้นยืน มองไปยังทิศทางที่ทั้งคู่จากไปด้วยความเงียบงันอยู่นาน ในที่สุดกัปตันเรือก็สะบัดมือ ทุกคนจึงแยกย้ายกลับไปประจำตำแหน่ง เรือลำใหญ่เริ่มเคลื่อนตัวเพื่อเร้นกายหายไปในท้องทะเล
…..
บนเรือลำน้อย
หลี่เยว่หานมองไปยังทิศทางของม่านหมอกพลางคำนวณระยะทาง เมื่อใกล้จะถึงม่านหมอก นางก็เรียกเมิ่งฉีฮ่วนให้กลับเข้ามา นางใช้พลังจิตเสริมการป้องกันให้แก่ร่างก