ส้มจะราคาแพงขึ้น แต่เขาก็ยังจำได้เสมอว่าต้องซื้อส้มมาฝากลูกสาว
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ภาพตรงหน้าของหลี่เยว่หานก็เริ่มพร่ามัวลง “พ่อ… ไม่ต้องทำแล้ว ฉันไม่หิว ไม่อยากกินข้าว”
ทั้งที่รู้ว่าหลี่ต้าเฉิงตรงหน้าเป็นตัวปลอม แต่ใจของหลี่เยว่หานก็ยังอ่อนยวบลง นางอยากใช้เวลากับเขาให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย แม้จะเป็นเพียงของปลอม แต่มันก็ช่วยเติมเต็มความโหยหาในส่วนลึกของหัวใจได้
พอได้ยินว่าหลี่เยว่หานไม่อยากกินข้าว หลี่ต้าเฉิงก็ถือตะหลิวทำหน้ายักษ์เดินออกมาจากครัวทันที “ไม่กินข้าวได้อย่างไร ดูซิลูกผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้ว เชื่อพ่อเถอะ อยู่ต่างประเทศลำบากจะตายไป กลับมาบ้านเราดีกว่า เดี๋ยวพ่อจะช่วยฝากฝังให้ลูกสอบเข้าเป็นข้าราชการ จะได้ทำงานสบาย ๆ อย่างไรลูกก็ยังอยู่ข้างพ่อ มีอะไรพ่อยังช่วยดูแลได้ อย่ารอให้ผ่านไปอีกไม่กี่ปีจนพ่อแก่เฒ่า แล้วลูกยังอยู่เมืองนอกเมืองนา พ่ออยากจะดูแลลูกก็คงทำไม่ไหวแล้ว”
หลี่เยว่หานมองดูพ่อตัวปลอมตรงหน้าแล้วหลุดหัวเราะออกมา “พูดอะไรอย่างนั้น พ่อปีนี้เพิ่งจะอายุห้าสิบ ยังอยู่ได้อีกตั้งร้อยปี! พ่อดูสิ พ่อคนอื่นอายุห้าสิบผมก็เริ่มหงอกแล้ว แต่ผมของพ่อยังดำขลับและหนาแน่นอยู่เลย เพราะฉะนั้นพ่อยังอยู่ได้อีกนานแสนนาน!”
ได้ยินเช่นนั้น หลี่ต้าเฉิงก็ทำหน้าเก้อเขิน ได้แต่ถอนหายใจออกมาคำหนึ่งว่า ‘เด็กซน’ ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าครัวไป
หลี่เยว่หานนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น สายตาจับจ้องที่แผ่นหลัง