ของเขาด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างยิ่ง
หากทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงก็คงจะดี…
น่าเสียดายที่ของปลอม ย่อมไม่มีวันเป็นของจริง
หลี่เยว่หานจำได้แม่นยำว่าตอนที่นางไปต่างประเทศ ผมของหลี่ต้าเฉิงขาวโพลนไปเป็นแถบแล้ว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งระหว่างนางกับหวังเฟิ่งมีนับครั้งไม่ถ้วน หลี่ต้าเฉิงต้องคอยเป็นกลางจนเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แม้ที่บ้านหลี่ต้าเฉิงจะเป็นคนทำอาหารเสมอ แต่หลังจากนางจบมหาวิทยาลัย พ่อก็แทบจะไม่ได้เข้าครัวทำอาหารอีกเลย
ส่วนใหญ่จะเป็นหวังเฟิ่งที่เป็นคนทำ ไม่ว่ารสชาติจะแย่เพียงใด แต่อย่างน้อยก็ทำให้อิ่มท้องได้
แม้ภาพลวงตาจะจับจุดที่อ่อนไหวที่สุดในใจของนางได้ แต่ต้องยอมรับว่าหลี่เยว่หานกำลังมีความสุขกับช่วงเวลาที่ได้อยู่กับหลี่ต้าเฉิงเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีหวังเฟิ่งคอยรบกวน
ส่วนหลี่ต้าเฉิงแห่งหมู่บ้านเฮยถู่นั้น หลี่เยว่หานไม่เคยนับเขาเป็นพ่อเลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะต้องทดแทนคุณที่เจ้าของร่างเดิมสละชีวิตให้ มีหรือนางจะปล่อยให้สองคนนั้นลอยนวล นางคงจับมาอัดสั่งสอนไปนานแล้ว
เนื้อต้มมะเขือเทศทำเสร็จอย่างรวดเร็ว หลี่ต้าเฉิงยกหม้อมาวางบนเตาที่เตรียมไว้บนโต๊ะอาหารอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ราวกับเล่นกล เขาหยิบผักและเนื้อที่เตรียมไว้ออกมาจากตู้เย็นมากมาย พร้อมทั้งตักข้าวสวยร้อน ๆ ส่งให้หลี่เยว่หานแล้วเรียกนางมากินข้าว
“พ่อกินอันนี้สิ” หลี่เยว่หานลวกเนื้อให้หลี่ต้าเฉิงอย่างร่าเริง แต่นางก