ังหวะเพื่อสื่อความหมายว่า ‘นายท่าน พบสิ่งผิดปกติหรือไม่?’
“เอาสิ เจ้าไปยกเข้ามาในห้อง แล้วเชิญท่านอาจารย์เจียงมาด้วย” เมิ่งฉีฮ่วนมิได้ตอบรหัสลับโดยตรง ทว่าการสั่งให้ยกอาหารเข้ามาและเชิญเจียงหมิงมาพบ ย่อมเป็นหลักฐานว่าเขาสังเกตเห็นบางอย่างเช่นกัน
เฮ่อเจิ้งเทียนรีบไปจัดการนำอาหารมา ทั้งยังแวะไปพูดคุยกับองครักษ์ลับสองคนที่ท่าทางผิดปกติชัดเจน รวมถึงมอบเงินให้ชาวบ้านเพิ่มอีกเล็กน้อย ก่อนจะพาเจียงหมิงเข้าไปในห้องของเมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หาน
ภายในห้องอบอุ่นขึ้นมาก เมื่อพวกเขาเดินเข้าประตูไป ก็เห็นเมิ่งฉีฮ่วนกำลังเช็ดมือให้หลี่เยว่หานด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก
“ระหว่างเดินทาง ข้าพบว่ารอยแผลเล็ก ๆ ที่หมอผีใช้เข็มสะกิดไว้นั้นเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว” เจียงหมิงกระซิบอธิบายให้เฮ่อเจิ้งเทียนฟัง “ดูเหมือนจะเป็นจริงอย่างที่หมอผีว่าไว้ พลังชีวิตของสะใภ้รองมอดดับลงแล้ว แม้แต่แผลเล็กเท่ารูเข็มก็ไม่อาจสมานตัวได้ ทั้งยังจะขยายวงกว้างออกไปอีก”
ได้ยินดังนั้น เฮ่อเจิ้งเทียนก็ชะโงกหน้ามองดู
เมิ่งฉีฮ่วนกำลังเปลี่ยนผ้าพันแผลที่ข้อมือให้หลี่เยว่หาน ซึ่งมีรอยดำช้ำปรากฏอยู่จริง ๆ
เมื่อเห็นภาพนั้น เฮ่อเจิ้งเทียนก็หดคอกลับ ไม่กล้าเอ่ยคำใด
หลังจากจัดวางอาหารเสร็จ เมิ่งฉีฮ่วนก็ป้อนยาที่หมอกู่ปรุงไว้ให้หลี่เยว่หาน ก่อนจะห่มผ้าให้นางอย่างมิดชิดแล้วจึงมานั่งที่โต๊ะอาหาร
หมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้หาได้มั่งคั่งไม่ ครอบค