”
หลี่เยว่หานนิ่งไปชั่วครู่ นางไม่คิดเลยว่าการปลุกคนให้ฟื้นจะมีผลข้างเคียงเช่นนี้ เช่นนั้นถังซีฟานที่ยังรอดมาได้คงต้องขอบคุณเศษเสี้ยวจิตสำนึกที่ทิ้งไว้ในชาติก่อนจริง ๆ
“เทพธิดามู่หลีผู้นั้นได้แดนราชันไร้เทียมทานมาได้อย่างไร?” หลี่เยว่หานถามต่อ
หูต้าลี่ไม่มีเจตนาจะปิดบัง เขาตอบกลับทันที “มู่หลีคือเพื่อนเล่นแถวบ้านที่โตมาด้วยกัน เราเข้าสำนักมาพร้อมกันแต่นางมีรากวิญญาณที่แย่มาก พลังตบะจึงไม่ก้าวหน้า วันหนึ่งระหว่างที่เราออกไปหาประสบการณ์แล้วเกิดอันตราย ข้าได้ปกป้องมู่หลีจนตกลงไปในถ้ำด้วยกัน เพราะข้าเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง ข้าจึงบาดเจ็บสาหัส ส่วนมู่หลีกลับแทบไม่เป็นอะไรเลย”
“แดนราชันไร้เทียมทานวางอยู่บนโครงกระดูกแห้งในถ้ำแห่งนั้น มันคือลัญจกรหยกที่ดูผุดผ่องเงางาม มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา” หูต้าลี่พูดเร็วมาก คล้ายกับว่าเมื่อคนเราพูดถึงเรื่องที่สะเทือนใจ ความเร็วในการพูดจะเพิ่มขึ้นตามอารมณ์
“ข้าสลบไปทันทีที่ตกถึงถ้ำ พอฟื้นขึ้นมา มู่หลีก็หยดเลือดทำสัญญาเป็นเจ้าของแดนราชันไร้เทียมทานไปเสียแล้ว” หูต้าลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง
“หลังจากนั้น พลังของมู่หลีก็ก้าวหน้าไปไกลราวกับก้าวกระโดด ในเวลาไม่นานนางก็กลายเป็น ‘เทพธิดามู่หลี’ ผู้โด่งดัง ส่วนข้าก็ยังคงอยู่เคียงข้างนางเสมอ ใครต่อใครต่างก็บอกว่าข้าเป็นฝ่ายเพ้อฝันไปเองข้างเดียว แต่ข้าก็เต็มใจ”
…นี่มันคือตำรามาตรฐานของ ‘มนุษ