วันใดวันหนึ่งนางก็คงต้องเดินจากไปอยู่ดี” หลี่ต้าเฉิงเห็นยายหลงทำตัวไม่ถูก และเห็นแก่ที่นางอุตส่าห์เอาผ้าห่มมาให้ จึงเอ่ยปลอบใจเพื่อลดทอนความรู้สึกผิดของนาง
“วางใจเถิด ข้าไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอก อย่างน้อยวันนี้มีสิ่งหนึ่งที่นางพูดถูก… ข้ายังมีลูกสาวอยู่อีกคนหนึ่ง”
ถึงแม้เขาจะไม่แน่ใจว่า หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมทำเรื่องระยำตำบอนไว้มากมาย ลูกสาวคนที่มีชื่อเหมือนกับลูกสาวในโลกเดิมของเขาคนนี้จะยังยอมรับเขาเป็นพ่อหรือไม่ แต่อย่างน้อยเขาก็อยากจะยึดเหนี่ยวสิ่งนี้ไว้เป็นกำลังใจ
“เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้ว” ยายหลงรีบรับคำ “วางใจเถอะ หวังเฟิ่งไปแล้วก็ช่างนาง ยายจะคอยดูแล… คอยดูแล…”
“คอยดูแลเรื่องหลังความตายของข้าหรือ?” หลี่ต้าเฉิงถามอย่างตรงไปตรงมา “ข้าบอกแล้วไงว่าข้าจะใช้ชีวิตต่อไปให้ดี ท่านมอบผ้าห่มให้ข้าผืนหนึ่งก็นับว่ามีพระคุณต่อข้ามากแล้ว”
“ไอ้หยา… นั่นสินะ…” ยายหลงไม่กล้าอยู่สู้หน้าต่อ ได้แต่พยักหน้ารับคำส่ง ๆ แล้วรีบเดินจากไป
หลี่ต้าเฉิงทอดถอนใจ เขาห่มผ้าให้มิดชิดแล้วหลับสนิทไป
ข้างนอกหิมะตกสลับหยุดนิ่ง บรรยากาศเงียบเชียบไร้ซุ่มเสียง นับตั้งแต่หวังเฟิ่งจากไปและพันธนาการทางจิตใจสลายลง นี่เป็นครั้งแรกที่หลี่ต้าเฉิงได้นอนหลับเต็มอิ่มนับตั้งแต่มาเกิดใหม่ในยุคสมัยนี้
….
ยามนั้น ณ เมืองหลวง
หลี่เยว่หานเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ แต่กลางดึกกลับฝันร้าย
ในฝันนั้น หลี่ต้าเฉิงดึงรั้งแขนของนางไว้พลางร้องไห้