คร่ำครวญ พร่ำบอกว่าขอโทษที่ละเลยนางมานานหลายปี ยามนี้เขาสิ้นใจแล้ว หวังเพียงให้นางอโหสิกรรมให้ อย่างไรเสียเขาก็เป็นพ่อแท้ ๆ ของนาง…
รุ่งเช้าเมื่อตื่นขึ้น หลี่เยว่หานรู้สึกกระสับกระส่ายใจอย่างบอกไม่ถูก นางจึงสั่งให้คนไปตามตัวหลี่หรงหรงมาจากจวนตระกูลหลิ่ว และเป็นครั้งแรกที่นางเอ่ยถามถึงความเป็นอยู่ของหลี่ต้าเฉิงกับหวังเฟิ่งในอำเภอฮัวซี
“ชีวิตความเป็นอยู่ของท่านพ่อท่านแม่ไม่ค่อยดีนัก” หลี่หรงหรงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ทีแรกท่านแม่แอบอ้างชื่อของพี่ไปข่มขู่เอาเงินจากช่างปักผ้าคนหนึ่ง ต่อมาคนจากร้านผ้าก็บุกมาถึงบ้าน ทวงเงินคืนไม่พอ ยังทุบตีและเตือนท่านแม่ว่าห้ามไปรังควานช่างปักคนนั้นอีก”
“ตั้งแต่นั้นมา ท่านพ่อก็ไปรับจ้างแบกของอยู่ที่ท่าเรือเพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้องไปวัน ๆ พี่ก็รู้นิสัยท่านแม่ดี ตราบใดที่ท่านพ่อยังทำงานไหว นางก็ไม่มีทางออกไปทำมาหากินเองแน่ ๆ จึงได้แต่นอนกินนอนใช้อยู่บ้าน เมื่อเดือนก่อน ตอนท่านพ่อกำลังแบกของอยู่เกิดพลัดตกน้ำ ตั้งแต่นั้นมาก็ป่วยไข้ล้มหมอนนอนเสื่อมาตลอด”
หลี่เยว่หานฟังแล้วขมวดคิ้วถาม “เจ้าไม่ได้ดูแลพ่อแม่เจ้าเลยหรือ?”
“ก่อนที่เมืองหลวงจะถูกสั่งปิด ข้าส่งเงินไปให้ทุก ๆ สิบวัน” หลี่หรงหรงตอบ “ต่อมาหลังจากคนของพี่รับตัวหลินจู้จากอำเภอฮัวซีมาที่เมืองหลวง ตระกูลหลิ่วก็จับได้ว่าข้าลอบส่งเงินไปให้พวกเขา ทางนั้นจึงเฝ้าระวังไม่ให้ข้าส่งเงินไปอีก ประกอบกับมีการปิดเมือ