างตาฝาดไปเองแน่ ๆ
“ไอ้หยา นั่นเป็นเรื่องดีนะ!” ยายหลงซึ่งอายุมากกว่าหวังเฟิ่งหนึ่งรอบย่อมมองออกว่าแววตาของหวังเฟิ่งดูเลื่อนลอยเพียงใด นางคิดในใจว่านั่นคงเป็นอาการก่อนสิ้นใจ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
เพราะอาการเช่นนั้นหมายความว่าคนกำลังจะตาย หากพูดออกมาตรง ๆ จะเป็นการอัปมงคลและทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองเอาได้
“ใช่แล้ว ท่านพี่ของข้ากำลังจะหายดี เมื่อเขาหายแล้ว ชีวิตคู่ของพวกเราถึงจะกลับมาสุขสบาย” หวังเฟิ่งฝืนยิ้มออกมา
ยายหลงมองนางแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจอยู่ลึก ๆ
ตอนที่หลี่ต้าเฉิงกับหวังเฟิ่งย้ายมาอยู่ข้างบ้านนางใหม่ ๆ หวังเฟิ่งนั้นวางอำนาจบาตรใหญ่เหลือเกิน ต่อมาคนจากร้านผ้าอวี้เยว่บุกมาหา บอกว่าหวังเฟิ่งไปขู่กรรโชกเงินจากช่างปักฝีมือดีของพวกเขา จึงรุมซ้อมหวังเฟิ่งไปยกใหญ่แถมยังพังบ้านพังข้าวของจนเละเทะ ตั้งแต่นั้นมาหวังเฟิ่งก็ไม่กล้าซ่าอีกเลย
เมื่อก่อนยายหลงยังพอเห็นคนส่งเงินมาให้ทั้งสองบ้าง แต่หลังจากมีเรื่องวุ่นวายในเมืองหลวง ก็ไม่มีใครมาอีกเลย แม้แต่ชายหนุ่มที่เคยพักอยู่ด้วยกันก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ยายหลงผ่านโลกมานาน ย่อมมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าคนทั่วไป นางเดาได้ว่าคนคู่นี้น่าจะไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่ที่ไหนเข้า จึงไม่เคยปากมากถามเรื่องส่วนตัว
ยามนี้ชีวิตของทั้งคู่ลำบากแสนสาหัส หลี่ต้าเฉิงก็ล้มป่วยลุกไม่ขึ้น ยายหลงเกิดความสงสารจึงอาสาพาหวังเฟิ่งไปรับจ้างซักผ้าพอให้มีรายได้บ้าง
ยายหลงนั้นทำงานหนัก