ินน้ำชาให้ตนเองอย่างไม่เกรงใจ “แต่ข้ารู้จักท่านดี ท่านก็แค่แกล้งทำจริง ๆ นั่นแหละ”
“อืม” เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “ต้องยอมรับว่าเจ้าพูดได้ถูกเป๊ะเลย”
“เดิมทีข้าก็ไม่ค่อยมั่นใจนักหรอก จนกระทั่งท่านอารับจี้ซินเยว่เข้าจวนมาเป็นพระชายารอง ข้าถึงได้มั่นใจในสิ่งที่คิด” จงเจิ้งเสียนกลับมาวางท่าทางเป็นสุภาพบุรุษผู้สง่างามอีกครั้ง “ท่านอา… ท่านทำเกินไปจนเผยพิรุธออกมาเสียแล้ว”
แปะ แปะ แปะ— เมิ่งฉีฮ่วนตบมือชื่นชม แต่กลับไม่เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เขาเพียงแต่รินน้ำชาเติมลงในถ้วยที่ว่างเปล่าของจงเจิ้งเสียนจนเต็ม
“ท่านอาไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือ?” จงเจิ้งเสียนเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเสียเอง
เมิ่งฉีฮ่วนเลิกคิ้ว “ข้าไม่มีอะไรจะพูดนี่ ในเมื่อเจ้าเดาการกระทำของข้าถูกหมดแล้ว ข้าจะยังมีอะไรให้พูดอีก”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น จงเจิ้งเสียนก็ขมวดคิ้ว “ท่านทำเช่นนี้ เพราะมั่นใจว่าจวนกั๋วกงจะปกป้องฮั่นหรงฟูเหรินได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้ม “รากฐานของจวนกั๋วกงนั้นกว้างขวางใหญ่โตนัก หากเจ้าอยากจะลองดี ก็เชิญตามสบายเถิด”
“…” จงเจิ้งเสียนเริ่มจับทิศทางไม่ถูก เขาคิดว่าตนเองเดาถูกมาตลอด แต่เมื่อเห็นท่าทีของเมิ่งฉีฮ่วนในตอนนี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินลงไปในหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดไว้
และสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนพูดก็ถูก หากเมิ่งฉีฮ่วนต้องการจะปกป้องหลี่เยว่หานจริง การส่งนางออกไปให้พ้นจา