าลที่ปฐมกษัตริย์แห่งแคว้นตงฮั่นทรงบัญญัติไว้
“ท่านจะทำหรือ?” จงเจิ้งอวี่มองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยท่าทางผ่อนคลาย “ท่านอาไม่ต้องมาขู่ข้าหรอก ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้คบหากันอย่างลึกซึ้ง แต่ข้ารู้ดีว่าภายในใจของท่านนั้นคะนึงถึงชีวิตในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นกับฮั่นหรงฟูเหรินมากเพียงใด หากท่านนั่งบนบัลลังก์ ท่านจำต้องแยกทางกับนางอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นท่านไม่มีวันทำเช่นนั้นแน่”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็ยกยิ้มบาง ๆ “เจ้ามั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือว่าข้าจะยอมทิ้งปฐพีและอำนาจเหนือผู้คนเพื่อสตรีเพียงนางเดียว?” เมิ่งฉีฮ่วนเปลี่ยนท่าทางนั่งด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายยิ่งขึ้น “เพราะหากมีอำนาจล้นฟ้าแล้ว อยากจะได้สตรีเช่นไรย่อมได้ทั้งสิ้น”
“หากท่านอาต้องการจริง ๆ ท่านไม่จำเป็นต้องมาประจบเอาใจข้าเช่นนี้ ท่านสามารถบีบบังคับเสด็จพ่อให้สละราชย์ได้ทันที เพราะในมือของท่านถือครองตราพยัคฆ์อยู่มิใช่หรือ” จงเจิ้งอวี่ฉีกยิ้มกว้างอย่างสดใส “แต่ท่านอาไม่ได้ทำเช่นนั้น และเฝ้ารอให้ทางเสด็จพี่ใหญ่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด นั่นพิสูจน์ได้ว่าท่านอาไม่ได้ปรารถนาในตำแหน่งนั้นเลย”
“จงเจิ้งอวี่” เมิ่งฉีฮ่วนมองเขา สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยน “ใครกันที่ให้ความมั่นใจแก่เจ้าเช่นนี้? เจ้าไม่เคยคิดบ้างหรือว่า ที่ข้ายังไม่ก่อการในตอนนี้ เพียงเพราะไม่อยากแบกรับชื่อว่าเป็นกบฏเท่านั้น?”
“เอ่อ…” จงเจิ้งอวี่ที่เดิมทีกำลังลำพองใจ ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกเมิ่งฉีฮ่วนย้อ