รงงานด้วย จำไว้ว่าห้ามให้ข่าวรั่วไหลเป็นอันขาด”
“รับทราบขอรับ!” จีหยางและผู้ดูแลร้านอวี้รับคำ จากนั้นผู้ดูแลร้านอวี้จึงเสริมว่า “โรงเตี๊ยมปาเซียนปิดไปเพียงไม่กี่วันก็ต้องเปิดทำการต่อ ยิ่งหน้าหนาวเช่นนี้กิจการหม้อไฟย่อมดีที่สุด เป็นโอกาสทองที่จะกอบโกยกำไรได้มากขอรับ”
“ถูกต้อง” หลี่เยว่หานเห็นพ้อง “หาโอกาสเชิญคุณชายใหญ่ตระกูลเวินมาพบ แล้วคืนหุ้นส่วนของตระกูลเวินในโรงเตี๊ยมปาเซียนกลับไปเสีย ต่อไปนี้กิจการทุกอย่างรวมถึงโรงเตี๊ยมแห่งนี้ เราจะดำเนินการเองทั้งหมด ไม่ต้องไปข้องแวะกับตระกูลเวินที่ถือตราพระราชทานผู้ค้าหลวงอีก”
แม้จีหยางและผู้ดูแลร้านอวี้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลี่เยว่หานจึงสั่งเช่นนี้ แต่พวกเขารู้ซึ้งถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามคำสั่ง จึงมิได้คิดจะซักไซ้ไล่เลียงหาเหตุผล
หลงจู๊เยว่ที่มาถึงล่าช้ากว่าคนอื่น เมื่อได้ยินว่าต้องตัดขาดกับตระกูลเวินผู้ค้าหลวงก็ขมวดคิ้ว “เถ้าแก่เนี้ย ยามนี้ฉีอ๋องตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับเรามากขึ้นทุกวัน หากเราตัดขาดกับตระกูลเวินอีก ข้าเกรงว่ากิจการของเราจะดำเนินต่อไปได้ยากนะเจ้าคะ”
“ไม่เป็นไร” หลี่เยว่หานกล่าว “พวกเราผูกขาดกิจการข้าวและน้ำมันทั่วเมืองหลวงไว้แล้ว เมื่อข้าวของหลวงขายจนหมด ย่อมต้องมีคนสืบทราบข่าวเรื่องที่มีคนแอบกว้านซื้อข้าวสารปริมาณมหาศาลไว้ เมื่อถึงเวลานั้นเราไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีลูกค้า ยามนี้เมืองหลวงมีฉีอ๋องเข้ามาป่วนสถานการณ์ทางการเมือง พ