ันเจ็บแปลบดั่งถูกมีดกรีด
ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่ตื่นมา นางจึงเฝ้าอ้อนวอนฟางจื่อหลานและคนรอบกาย ขอเพียงได้เห็นหน้าลูกสักแวบเดียวก็ยังดี วันนี้ก็เช่นกัน
เมิ่งฉีฮ่วนที่ยืนอยู่ห้องโถงด้านนอกของห้องอบอุ่น เมื่อได้ยินเสียงอ้อนวอนที่แสนปวดใจของหลี่เยว่หาน เขาก็รู้สึกเจ็บปวดในอกยิ่งนัก
“ท่านแม่ทัพ…” หมิงจูเห็นเมิ่งฉีฮ่วนมาถึงก็โน้มกายทำความเคารพ ก่อนจะเดินคอตกถอยออกไป
เมิ่งฉีฮ่วนดึงสติกลับมาแล้วก้าวเข้าไปในห้องชั้นใน
หลี่เยว่หานที่กำลังอ้อนวอนฟางจื่อหลานอยู่ เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนปรากฏตัว ความดีใจอย่างที่สุดถาโถมเข้าสู่หัวใจของนางในทันที ดวงตาที่เคยหม่นแสงพลันเป็นประกายวาววับ “ท่านกลับมาแล้ว!”
เมิ่งฉีฮ่วนแย้มยิ้มพลางทรุดตัวลงคุกเข่าข้างเตียง เขากุมมือนางไว้แล้วเอ่ยว่า “ข้ากลับมาแล้ว ช่วงเวลาที่ข้าไม่อยู่ เจ้าต้องลำบากอยู่บ้านเพียงลำพังแล้ว”
“ไม่ลำพังเลยเจ้าค่ะ!” เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วน หลี่เยว่หานก็ลืมเรื่องขอพบลูกไปชั่วขณะ “ขอเพียงท่านปลอดภัย อยู่ทางนี้ข้าก็สบายดีทุกอย่าง!”
คำพูดนั้นทำให้เมิ่งฉีฮ่วนรู้สึกจุกในอกด้วยความรันทด ฟางจื่อหลานเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือไปตบบ่าเมิ่งฉีฮ่วนเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกไปเพื่อให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
เมื่อประตูห้องอบอุ่นปิดลง ในห้องเหลือเพียงหลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วน
หลี่เยว่หานกุมมือเมิ่งฉีฮ่วนไว้แน่น นางก้มหน้าลงพลางปล่อยให้น้ำตาพรั่งพรูออกมา