“หลายวันที่ผ่านมาพวกเขสไม่ยอมให้ข้าพบลูกเลย ข้าพอจะเดาได้ว่าลูกต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ ที่พวกเขาไม่กล้าบอกคงเพราะกลัวร่างกายข้าที่ทรุดโทรมจากการคลอดจะรับไม่ไหว เมิ่งฉีฮ่วน บอกข้ามาเถิด… ลูกเป็นอย่างไรบ้าง…”
ได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาโอบร่างหลี่เยว่หานเข้ามาในอ้อมกอดพลางถอนใจยาว “บุตรสาวของเรา… นางไม่รอดชีวิต…”
แม้จะเตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไว้บ้างแล้ว ทว่าเมื่อได้ยินข่าวร้ายนี้จริง ๆ หลี่เยว่หานกลับรู้สึกราวกับถูกกระสุนสังหารปักเข้ากลางใจ ร่างกายแข็งทื่อดั่งตกลงไปในบ่อร่องน้ำแข็ง
“ส่วนบุตรชายของเรา ร่างกายอ่อนแอยิ่งนัก หมอกู่และท่านผู้เฒ่าฉางวินิจฉัยว่า… เด็กคนนี้เกรงว่าจะอยู่ไม่พ้นขวบปี” เมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยออกมาแต่ละคำประดุจกรีดลงบนหัวใจตนเอง “ท่านผู้เฒ่าฉางบอกว่า ยามที่เจ้าตกเลือด เลือดนั้นมีสีดำคล้ำ เกรงว่าเจ้าคงได้รับพิษตั้งแต่ยามตั้งครรภ์”
หลี่เยว่หานตะลึงงันจนวิญญาณแทบหลุดลอย
บุตรสาวสิ้นใจ บุตรชายอาจอยู่มิพ้นขวบปี…
นั่นคือลูกที่นางแลกด้วยชีวิตเพื่อคลอดออกมา เหตุใดจึงมีจุดจบเช่นนี้? ไม่น่าเล่า… หลายวันที่ผ่านมาทุกคนถึงไม่ยอมให้นางพบลูก เพราะนอกจากต้องปิดบังเรื่องบุตรสาวที่จากไปแล้ว ยังต้องทุ่มเทดูแลบุตรชายที่ร่างกายโรยแรงอีกด้วย…
“เหตุใด… เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้…” หลี่เยว่หานซบหน้าลงกับอกของเมิ่งฉีฮ่วน “ทำไมลูกของข้าถึงต้องเจอเรื่องเช่นนี้…”
นี่เป็น