ครั้งแรกที่เมิ่งฉีฮ่วนเห็นหลี่เยว่หานแตกสลายถึงเพียงนี้ แม้ในใจของเขาจะเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่าเขารู้ดีว่ายามนี้เขาคือที่พึ่งเดียวของนาง เขาต้องหนักแน่นเพื่อโอบอุ้มหลี่เยว่หานไว้ มิให้นางต้องล้มพับไปทั้งที่ร่างกายยังมิฟื้นดี
ตั้งแต่วันที่เขาเห็นหลี่เยว่หานในความฝัน เขาก็รู้ทันทีว่าเมืองหลวงต้องเกิดเรื่องแน่ เขาจึงพลิกหมากการศึกทั้งหมด ใช้กำลังเข้าข่มขวัญจนแคว้นเสวียนจิ้งมิกล้าโงหัว และควบม้าเร็วอย่างบ้าคลั่งวันคืนมิพักผ่อนจนเดินทางถึงเมืองหลวง
ทว่าทันทีที่ลืมตาตื่น เขากลับต้องรับรู้ว่าลูกของตนเกิดเรื่อง หลี่เยว่หานเกือบเอาชีวิตไม่รอด และเหนือสิ่งอื่นใด เขาต้องสะกดกลั้นความเจ็บปวดส่วนตัวเพื่อแจ้งข่าวร้ายนี้แก่นางด้วยตนเอง พร้อมทั้งต้องคอยประคับประคองไม่ให้นางใจสลายจนร่างกายพังทลายลง
หลี่เยว่หานร้องไห้จนหมดแรงและหลับไปในอ้อมกอดของเมิ่งฉีฮ่วน
เมิ่งฉีฮ่วนเรียกหมิงจูเข้ามาใช้ผ้าอุ่นเช็ดหน้าให้นาง ก่อนจะลุกออกจากห้องอบอุ่นมุ่งตรงไปยังห้องของแม่นมที่คอยดูแลเด็ก
หลายวันที่ผ่านมาท่านผู้เฒ่าฉางและหมอกู่แทบไม่ได้ก้าวออกจากจวนขุนพลเลย คนหนึ่งรับหน้าที่ดูแลหลี่เยว่หาน อีกคนดูแลบุตรชายของเขา แม้อาการของทั้งคู่จะเริ่มทรงตัว แต่ท่านหมอทั้งสองที่ล่วงเข้าสู่วัยชราต่างก็เหน็ดเหนื่อยไม่ใช่น้อย
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วนเข้ามา ท่านผู้เฒ่าฉาง หมอกู่ และแม่นม ต่างกำชับข้อควรระวังหลายประการแก่เขา ก่อนจะพากันเดินออก