ึงหมู่บ้าน ข้างหลังไม่ถึงร้านค้า”
ระหว่างพูดรองแม่ทัพอวี๋ก็ทำท่าทีระแวดระวัง กวาดสายตามองสำรวจเจียงหมิงตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่หลายครั้ง
พอได้ยินดังนั้น เจียงหมิงก็รู้สึกจนใจเล็กน้อย มือข้างหนึ่งไพล่หลัง มืออีกข้างวางไว้ด้านหน้า แล้วกล่าวว่า “เถ้าแก่ของพวกเจ้าล่ะ? ข้าจะมาขอเกาะกินเสียหน่อย”
นี่เป็นรหัสลับ คำว่า ‘เถ้าแก่’ หมายถึงผู้รับผิดชอบสถานที่แห่งนี้ ส่วน ‘เกาะกิน’ หมายถึงการมาขอรับผลประโยชน์
เมื่อรองแม่ทัพอวี๋ได้ยินเช่นนั้น ก็กวาดตามองเจียงหมิงขึ้นลงอยู่หลายรอบ ก่อนจะทำท่าไม่พอใจแล้วตอบว่า “ที่นี่ไม่มีชิวเฟิงให้เจ้าตีหรอก เราต้อนรับแต่แขกคนสำคัญของเถ้าแก่เท่านั้น!”
นี่ก็ยังเป็นรหัสลับตอบกลับเช่นกัน
เจียงหมิงไม่ได้เอ่ยชัดเจนว่า จงเจิ้งเซวียนก็มาด้วย ดังนั้นรองแม่ทัพอวี๋จึงปฏิเสธเจียงหมิงไปตามบทบาท
ผ่านการหยั่งเชิงรอบนี้ เจียงหมิงมั่นใจแล้วว่า รองแม่ทัพอวี๋เป็นคนกันเอง จึงประสานมือคารวะแล้วหันหลังเดินกลับเข้าไปในป่า
มองดูทิศทางที่เขาจากไป รองแม่ทัพอวี๋ก็ฉีกยิ้มกว้างออกมา
เขาว่ากันว่าข้างกายองค์ชายรอง จงเจิ้งเซวียนมีเจียงหมิงที่ฉลาดปราดเปรื่องจนน่ากลัว วันนี้ได้มาพบกับตา ดูท่าแล้วก็ยังเก่งสู้ฮูหยินแม่ทัพของพวกเขาไม่ได้เลยสักนิด!
ตลอดการเดินทาง เมิ่งฉีฮ่วนมักจะคอยเอาของแปลกใหม่หน้าตาประหลาดออกมาให้ทุกคนได้เปิดหูเปิดตาอยู่เสมอ ดังนั้นในใจของรองแม่ทัพอวี๋ ฮูหยินของแม่ทัพ หลี่เยว่หานเหน