ือล้ำกว่าสตรีใดในโลกนี้ไปแล้ว นางมีความสามารถรอบตัว ต่อให้มีเจียงหมิงคนก็เทียบไม่ติด!
พอคิดได้เช่นนั้น รองแม่ทัพอวี๋ก็แอบชื่นชมฮูหยินแม่ทัพในใจเงียบ ๆ ว่า ‘สุดยอดจริง ๆ’ แล้วก้มหน้าก้มตาให้อาหารไก่ต่อไป
หนึ่งเค่อต่อมา เสียงกีบม้าและเสียงล้อรถบดถนนดังแว่วมาแต่ไกล รองแม่ทัพอวี๋ตื่นตัวขึ้นทันที แอบส่งสัญญาณมือให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตรึงเครียดขีดสุด
หากสามารถจับกุมองค์ชายรองจงเจิ้งเซวียนที่จุดส่งเสบียงแล้วคุมตัวกลับไปเมืองหลวงได้ ย่อมเป็นเรื่องดีงามที่ไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นแผ่นดินตงฮั่น ไม่มีใครอยากก่อสงครามในบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองหรอก
ขบวนของจงเจิ้งเซวียนปรากฏขึ้นในสายตาอย่างรวดเร็ว รองแม่ทัพอวี๋ถือถาดอาหารไก่ไว้ในมือ จ้องมองกลุ่มคนที่กำลังเคลื่อนเข้ามาด้วยสายตาหวาดระแวง สีหน้าท่าทางราวกับเด็กกำลังหวงของกิน
จนกระทั่งจงเจิ้งเซวียนเดินลงมาจากรถม้าที่จอดนิ่งสนิท รองแม่ทัพอวี๋ถึงได้เปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจสุดขีด วางถาดอาหารไก่ไว้ด้านข้าง แล้วรีบวิ่งแจ้นเข้าไปหาจงเจิ้งเซวียนพลางร้องว่า “นายท่าน! เป็นท่านจริง ๆ ด้วย!”
จงเจิ้งเซวียนเห็นรองแม่ทัพอวี๋เข้ามาใกล้ ในคราแรกก็ขมวดคิ้วเหมือนกำลังสังเกตอะไรบางอย่าง แต่ไม่นานก็กลับมาสงบนิ่ง พยักหน้าให้อย่างเย็นชาแล้วสั่งว่า “ไปเรียกเถ้าแก่ออกมา”
“ขอรับ! ขอรับ!” รองแม่ทัพอวี๋เช็ดไม้เช็ดมือกับเสื้อผ้า แล้ววิ่งกระโด