ดโลดเต้นเข้าไปในตัวบ้าน
เวลานี้เมิ่งฉีฮ่วนที่อยู่ในบ้านได้เปลี่ยนมาใส่ชุดเถ้าแก่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่กำลังจะเดินออกไป คนงานที่ถูกมัดไว้คนหนึ่งก็โพล่งขึ้นมาว่า “พวกเจ้าออกไปแบบนี้ เดี๋ยวความก็แตกหรอก”
ได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฉีฮ่วนก็ชะงักฝีเท้า หันไปมองคนงานคนนั้น เป็นเชิงส่งสัญญาณให้พูดออกมาให้ชัดเจน
“เถ้าแก่ร้านเรามี ‘ตราประทับ’ ที่นายท่านทิ้งไว้ ขอแค่เข้าใกล้นายท่าน ตราประทับบนตัวเถ้าแก่ก็จะทำปฏิกิริยากับนายท่าน บนตัวเจ้าไม่มีตราประทับหลอกนายท่านไม่ได้หรอก”
“ตราประทับ?”
“มันคืออะไร?”
“ข้าเคยได้ยินเถ้าแก่พูด ดูเหมือนจะเป็นวิชากู่” คนงานอธิบายเสียงอู้อี้
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนกับรองแม่ทัพอวี๋ ก็สบตากัน รองแม่ทัพอวี๋ขยับเข้าไปใกล้คนงานแล้วถามว่า “แล้วบนตัวเจ้ามีตราประทับไหม?”
“ข้าไม่มี” คนงานตอบอย่างหดหู่ “แต่ลูกชายของเถ้าแก่มี ตราประทับนั่นสามารถสืบทอดสู่ลูกหลานได้”
เถ้าแก่ของจุดส่งเสบียงนี้ถูกพวกของเมิ่งฉีฮ่วนสังหารไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ลูกชายเขายังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่เจ้าเด็กนั่นป่วยกระเสาะกระแสะนอนซมอยู่บนเตียงตลอด ไม่ต้องมีคนเฝ้า ลำพังแค่ลงจากเตียงก็ยังทำไมได้เลย
สาเหตุที่คนงานยอมคายความลับนี้ออกมา ก็เพราะเมื่อวานเขาเห็นเถ้าแก่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา เขาไม่อยากมีจุดจบแบบเดียวกัน ในสายตาของเขาพวกเมิ่งฉีฮ่วนดูไม่ใช่คนที่ฆ่าคนไม่เลือกหน้า หากเมื่อคืนเถ้าแก่ไม่ปากเสีย ด่าทอฮูหยินอ