ะไรนั่นว่าเป็นหญิงแพศยา พวกเขาก็คงไม่ฆ่าเถ้าแก่ทิ้งหรอก
ทางนี้คนงานเพิ่งจะซัดทอดลูกชายเถ้าแก่ ส่วนทางด้านรองแม่ทัพอวี๋ก็พาพี่น้องสองสามคนหิ้วปีกพยุงลูกชายเถ้าแก่ลงมาจากเตียงอย่างคล่องแคล่ว เขายังไม่รู้ว่าพ่อของตนตายแล้ว พอถูกรองแม่ทัพอวี๋ขู่เข้าหน่อย ก็ยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี
เขาฝืนร่างที่อ่อนแออธิบายกับจงเจิ้งเซวียน
“ท่านพ่อเข้าป่าไปล่าสัตว์เมื่อครึ่งเดือนก่อน โชคร้ายถูกหมาป่าสันโดษกัดตาย เรื่องนี้ยังไม่ทันได้รายงานไปยังนายท่านขอรับ” ลูกชายเถ้าแก่พูดไปหอบไป แต่ก็ยังใช้อ้างเหตุผลการตายขอวเถ้าแก่ได้อย่างแนียบเนียนพอควร
“หลายวันก่อนข้ายังได้รับจดหมายจากพ่อเจ้าอยู่เลย ตายไปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนได้ยังไง?” จงเจิ้งเซวียน ขมวดคิ้ว หากไม่ใช่เพราะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของหนอนกู่ในตัวเจ้าขี้โรคนี่ จงเจิ้งเซวียนคงคิดว่าจุดส่งเสบียงนี้มีปัญหาแน่
“นายท่านอาจจะไม่ทราบ” ลูกชายเถ้าแก่กล่าว “จดหมายของท่านพ่อ พวกข้าเป็นคนนำไปส่งขอรับ เพราะเกิดเรื่องท่านพ่อกะทันหัน จดหมายเลยถูกดองไว้ยังไม่ได้ส่ง จดหมายเมื่อหลายวันก่อนแท้จริงแล้วเป็นฉบับที่ท่านพ่อเขียนไว้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ขอรับ”
ได้ยินถึงตรงนี้ สีหน้าของจงเจิ้งเซวียนก็เคร่งขรึมลง สั่งการให้เตรียมพร้อมระวังภัยทันที
ทว่าไม่ทันที่จะสิ้นเสียงคำพูด จู่ ๆ กลับมีกลุ่มคนโผล่ออกมาจากที่ซ่อน รายล้อมพวกเขาไว้อย่างแน่นหนาจนน้ำยังไหลผ่านไปไม่ได้
ยังไม่ทันท