งปกป้องพวกนางได้” จงเจิ้งอวี้พยายามโน้มน้าว
“พวกท่านรู้ได้อย่างไรว่าร้านหรูอี้เก๋อจะไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่าแล้วเปิดเผยตัวพวกนางออกมา!” ฟางจื่อหลานนึกถึงสภาพของกัวหรูหานแล้วรู้สึกปวดใจยิ่งนัก แม้นางจะยังไม่รู้ว่าสาว ๆ คนอื่นจะฟื้นคืนสติเหมือนกัวหรูหานหรือไม่ แต่นางต้องการปกป้องพวกนาง!
“ท่านป้า ความคิดของข้าตรงกับองค์รัชทายาท” หลี่เยว่หานกล่าว “ทั้งเมืองหลวงต่างรู้ว่าร้านหรูอี้เก๋อมีตระกูลชุยหนุนหลัง มีเพียงการทำให้เรื่องนี้ใหญ่โตขึ้น ราชสำนักถึงจะให้ความสำคัญ มิเช่นนั้นด้วยอำนาจของตระกูลชุย การกลบเกลื่อนเรื่องราวเป็นเรื่องง่ายเกินไป หากเป็นเช่นนั้น ความทุกข์ทรมานของพวกนางก็สูญเปล่า”
ฟางจื่อหลานถอนหายใจ “ข้าเข้าใจความคิดของเจ้า แต่เรื่องนี้ไม่อาจทำสำเร็จได้ในชั่วข้ามคืน”
ทันทีที่ฟางจื่อหลานพูดจบ หมิงจูก็รีบร้อนเข้ามาในห้องโถง คุกเข่าลงตรงหน้าจงเจิ้งอวี้ทันที “ใต้เท้าองค์รัชทายาท! บ่าวพบองค์หญิงเยว่เหยาแล้วเพคะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ยกเว้นหลี่เยว่หานที่ไม่รู้จักองค์หญิงเยว่เหยา ทั้งฟางจื่อหลานและจงเจิ้งอวี้ต่างมีสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมกัน จงเจิ้งอวี้ถึงกับลุกขึ้นยืนทันที “เจ้าบอกว่าเจ้าพบเยว่เหยา? นางอยู่ในกลุ่มหญิงสาวพวกนั้นหรือ?”
หมิงจูน้ำตาคลอ พยักหน้าอย่างยากลำบาก “องค์หญิงเยว่เหยาหายตัวไปแล้วหนึ่งปี แต่บ่าวจำรูปโฉมของพระองค์ได้ แต่ว่าองค์หญิงเยว่เหยา… วิกลจริตไปแล้วเพคะ!”
จงเจิ้งอวี้