รีบวิ่งออกจากห้องโถง มุ่งหน้าไปยังห้องรับรองที่หญิงสาวทั้งหลายพักผ่อนชั่วคราว
ฟางจื่อหลานจูงมือหลี่เยว่หานรีบออกจากห้องรับรองเช่นกัน ในห้องเล็กข้างห้องรับรอง จงเจิ้งอวี้ หลี่เยว่หานและฟางจื่อหลานได้พบกับองค์หญิงเยว่เหยาที่มีสีหน้าเลื่อนลอย
“คารวะท่านหญิง” หมอหญิงคำนับให้หลี่เยว่หาน เมื่อเห็นทั้งสามจ้องมององค์หญิงเยว่เหยา จึงอธิบายด้วยตนเอง “จิตใจของหญิงสาวผู้นี้ถูกทำลายแล้ว อีกทั้งถูกทารุณกรรมมาเป็นเวลานาน ทั้งร่างมีแผลใหม่ทับแผลเก่า แทบไม่มีเนื้อดีเหลืออยู่เลย และ… นางตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของจงเจิ้งอวี่ก็เคร่งขรึม “หมายความว่าอย่างไร!”
หมอหญิงไม่รู้จักจงเจิ้งอวี่ แต่กลัวบารมีอันน่าเกรงขามของเขาจนต้องคุกเข่าลงกับพื้น “ข้าน้อยได้ตรวจร่างกายคุณหนูอย่างละเอียดแล้ว นางมีครรภ์ได้สองเดือน และดูเหมือนจะกินยาบำรุงครรภ์มาตลอด แม้ร่างกายจะอ่อนแอมาก แต่ทารกในครรภ์ยังคงปกติดี!”
“ฝ่าบาท” โชคดีที่ฟางจื่อหลานยังควบคุมอารมณ์ได้ จึงเกลี้ยกล่อมจงเจิ้งอวี่ “พวกเราพาตัวนางออกไปจัดการให้เรียบร้อยก่อนเถิด”
เมื่อได้ยินคำพูดของฟางจื่อหลาน จงเจิ้งอวี่ก็ได้สติ หลี่เยว่หานจึงสั่งให้หมิงจูพยุงองค์หญิงเยว่เหยาไปพักที่เรือนของหลี่เยว่หาน จงเจิ้งอวี่ถอนหายใจเบา ๆ มองแผ่นหลังขององค์หญิงเยว่เหยาที่เดินตามหมิงจูไปด้วยดวงตาแดงก่ำ “เยว่เหยา…เป็นน้องสาวร่วมสายเลือดของข้า เมื่อปีที่แล้วอ