นว่าจี้ซินเยว่เป็นวัณโรค พอเข้ามาก็ไอใส่อาหารของนาง พูดจาก็ตั้งใจพ่นน้ำลายใส่ ต้องการแพร่เชื้อโรคมาให้นาง ช่างเจตนาร้ายเหลือเกิน!
เมื่อทุกคนเชื่อมโยงเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงนี้ ก็เชื่อเรื่องที่หลี่เยว่หานตะโกนออกมาเกือบหมด…
“หลี่เยว่หาน! หุบปากเดี๋ยวนี้! ข้าเป็นวัณโรคตั้งแต่เมื่อใด! ข้าไอไม่หยุดตั้งแต่เมื่อใด! แล้วข้าจงใจพ่นน้ำลายใส่อาหารเจ้าเมื่อใด!” จี้ซินเยว่โกรธจัด “เจ้าอย่าได้ใส่ร้ายข้า!”
จากนั้นเสียงของหลี่เยว่หานที่แฝงด้วยความหวาดกลัวและสะอึกสะอื้นก็ดังออกมา “เจ้าพูดถูก เจ้าพูดถูกหมด ข้ารู้ผิดแล้ว ข้าไปก็ได้!”
พอพูดจบ หลี่เยว่หานก็รีบคว้าตัวหมิงจูแล้วเดินออกไป ทำเอาจี้ซินเยว่โกรธจนต้องก้าวไปคว้าแขนหลี่เยว่หานเอาไว้ “วันนี้ถ้าเจ้าไม่พูดให้กระจ่าง ห้ามไปที่ใด!”
“ฮือ ๆ” หลี่เยว่หานไม่พูดอะไร มีแต่ร้องไห้โฮออกมา
หมิงจูที่อยู่ข้าง ๆ เห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็รีบคุกเข่าขอความเมตตา “ท่านหญิงเฉิน ท่านหญิงของบ้านข้ามาจากตระกูลยากจน ไม่เคยเห็นโลกกว้าง อีกทั้งยังตั้งครรภ์ จึงกลัวเป็นพิเศษ ขอท่านหญิงเฉินโปรดเมตตา ไว้ชีวิตท่านหญิงของข้าด้วยเถิด!”
หมิงจูพูดพลางก้มศีรษะคำนับอย่างแรง
จี้ซินเยว่โกรธจนหน้าแดง ตวาดเสียงดัง “ข้าถามพวกเจ้านายบ่าวสองคน! เหตุใดถึงกล้าใส่ร้ายว่าข้าเป็นวัณโรค!”
“ท่านหญิงเฉิน ท่านหญิงของบ้านข้าไม่มีความรู้ เห็นว่าไอไม่หยุดก็คิดว่าเป็นวัณโรค หากทำให้ท่านหญิงเฉินไม่พอใจ